สหรัฐฯ อนุมัติขายอาวุธมูลค่า 2.4 พันล้านดอลลาร์ให้อิสราเอล
สหรัฐฯ อนุมัติขายอาวุธ 2.4 พันล้านดอลลาร์ให้อิสราเอล

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อนุมัติการขายอาวุธมูลค่า 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่อิสราเอล โดยรวมถึงรถบรรทุกและกระสุนปืนครก การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการใช้กำลังของอิสราเอลในฉนวนกาซา และส่งผลให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มสิทธิมนุษยชน

รายละเอียดการขายอาวุธ

การขายอาวุธครั้งนี้ประกอบด้วยรถบรรทุกจำนวน 164 คัน มูลค่า 1.6 พันล้านดอลลาร์ และกระสุนปืนครกขนาด 120 มม. จำนวน 5,000 นัด มูลค่า 800 ล้านดอลลาร์ โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แจ้งต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2567 ว่า การขายดังกล่าวเป็นไปเพื่อสนับสนุนความมั่นคงของอิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง

ความกังวลด้านสิทธิมนุษยชน

อย่างไรก็ตาม การอนุมัติครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สหประชาชาติและองค์กรสิทธิมนุษยชนหลายแห่งออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้อาวุธของอิสราเอลในกาซา ซึ่งส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตจำนวนมาก กลุ่มสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้สหรัฐฯ ระงับการขายอาวุธจนกว่าจะมีการสอบสวนอย่างโปร่งใส แต่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า การขายอาวุธนี้เป็นไปตามกฎหมายและนโยบายของสหรัฐฯ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

“สหรัฐฯ มุ่งมั่นที่จะรักษาความมั่นคงของอิสราเอล และการขายอาวุธนี้จะช่วยให้อิสราเอลสามารถป้องกันตนเองจากภัยคุกคามต่างๆ” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าว

ผลกระทบต่อความสัมพันธ์สหรัฐฯ-อิสราเอล

การขายอาวุธครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากนานาชาติให้สหรัฐฯ ทบทวนนโยบายการขายอาวุธให้อิสราเอลก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การตัดสินใจนี้จะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือทางทหารระหว่างสองประเทศ แต่ก็อาจสร้างความตึงเครียดกับประเทศอาหรับในภูมิภาคที่มองว่าอิสราเอลเป็นผู้รุกราน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นอกจากนี้ การขายอาวุธยังเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังผลักดันให้มีการหยุดยิงในกาซา และพยายามเจรจาเพื่อแก้ไขความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ นักวิเคราะห์มองว่า การอนุมัติขายอาวุธอาจส่งผลกระทบต่อบทบาทของสหรัฐฯ ในฐานะคนกลางที่ยุติธรรมในการเจรจาสันติภาพ