ทรัมป์ขู่เก็บภาษีสินค้า EU 200% หากไม่เลิกซื้อน้ำมันรัสเซีย
ทรัมป์ขู่เก็บภาษี EU 200% หากไม่เลิกซื้อน้ำมันรัสเซีย

ทรัมป์ประกาศมาตรการภาษีตอบโต้ EU กรณีน้ำมันรัสเซีย

โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศขู่จะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหภาพยุโรป (EU) ในอัตราสูงถึง 200% หาก EU ยังคงซื้อน้ำมันและก๊าซจากรัสเซียต่อไป โดยทรัมป์ระบุว่าการกระทำของ EU เป็นการสนับสนุนทางการเงินแก่รัสเซียในช่วงที่รัสเซียทำสงครามกับยูเครน

รายละเอียดมาตรการและผลกระทบ

ทรัมป์กล่าวผ่านแถลงการณ์เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 ว่า "เราจะเก็บภาษีสินค้าทุกชิ้นที่ EU ส่งมาอเมริกาในอัตรา 200% ถ้าพวกเขาไม่หยุดซื้อน้ำมันจากรัสเซีย" มาตรการนี้คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่รถยนต์เยอรมันไปจนถึงไวน์ฝรั่งเศส โดยมูลค่าการค้าระหว่างสหรัฐฯ และ EU ในปี 2567 อยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

นักวิเคราะห์จากสถาบัน Peterson Institute for International Economics ประเมินว่าหากภาษี 200% มีผลบังคับใช้ จะทำให้ราคาสินค้า EU ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างมาก และอาจนำไปสู่การตอบโต้ทางภาษีจาก EU ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจาก EU และรัสเซีย

โฆษกคณะกรรมาธิการยุโรปตอบโต้ว่า "EU ได้ลดการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียลงกว่า 80% นับตั้งแต่เริ่มสงคราม และจะยังคงเดินหน้ามาตรการคว่ำบาตรต่อไป" ขณะที่รัสเซียไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นอย่างเป็นทางการ แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่ารัสเซียอาจหันไปพึ่งพาตลาดเอเชียมากขึ้น

ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า "เราไม่สามารถปล่อยให้ยุโรปใช้เงินอเมริกันไปซื้อน้ำมันรัสเซียเพื่อทำสงครามกับยูเครนได้อีกต่อไป" โดยอ้างถึงความช่วยเหลือทางทหารที่สหรัฐฯ ให้แก่ยูเครน ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐนับตั้งแต่ปี 2565

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

บริบทการเมืองและเศรษฐกิจ

การขู่ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2568 โดยทรัมป์ใช้ประเด็นนี้เพื่อดึงดูดผู้ลงคะแนนที่กังวลเรื่องการใช้จ่ายของรัฐบาล ขณะที่รัฐบาลไบเดนได้ใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว แต่ทรัมป์มองว่ายังไม่เพียงพอ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศชี้ว่ามาตรการภาษี 200% อาจละเมิดกฎขององค์การการค้าโลก (WTO) และอาจนำไปสู่การฟ้องร้องได้ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์เคยใช้มาตรการที่คล้ายคลึงกันในสมัยดำรงตำแหน่ง เช่น การเก็บภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมจาก EU ในปี 2561