ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวระหว่างการประชุมสุดยอดนาโตที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี ประกาศอย่างเป็นทางการว่าบันทึกความเข้าใจว่าด้วยข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ลงนามเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนได้สิ้นสุดลงแล้ว หลังจากเกิดเหตุการณ์ยิงปะทะทางอากาศและขีปนาวุธตอบโต้ระหว่างกองทัพสหรัฐฯ และกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านตลอดคืนที่ผ่านมา
ทรัมป์ประณามอิหร่านเป็นพวกขยะและคนบ้า
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงสถานภาพของข้อตกลงหยุดยิง ทรัมป์ตอบกลับด้วยถ้อยคำรุนแรงโดยตราหน้าผู้นำอิหร่านว่าเป็น "พวกขยะ" และ "คนบ้า" พร้อมกล่าวว่า "สำหรับผม ผมคิดว่ามันจบลงแล้ว ผมไม่อยากจะข้องแวะกับพวกเขาอีกต่อไป พวกนั้นมันเศษขยะ เป็นคนป่วย และถูกปกครองโดยกลุ่มคนที่มีอาการป่วยทางจิต พวกเขาเป็นพวกโหดร้าย รุนแรง และถ้าพวกเขามีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในมือ พวกเขาจะเอามันออกมาใช้แน่นอน"
ทรัมป์กล่าวต่อว่า "เราอุตส่าห์ทำข้อตกลงกัน ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ แต่พอทำสัญญาเสร็จ พวกเขากลับเดินออกไปล้อเลียนและให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่าเราไม่เคยคุยกันเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ คนพวกนี้สมองมีปัญหา พวกเขาเป็นคนโกหก และการเจรจาด้วยมันเป็นเรื่องเสียเวลาโดยสิ้นเชิง"
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์แง้มว่าเขาอาจจะยอมให้ทีมเจรจาของเขาซึ่งนำโดยนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ และนายจาเรด คุชเนอร์ ลูกเขยของเขาดำเนินการพูดคุยต่อไป แต่อยู่ที่ว่าทางอิหร่านจะยอมกลับมานั่งที่โต๊ะเจรจาอย่างจริงใจหรือไม่
ราคาน้ำมันพุ่ง 6% ตลาดหุ้นยุโรปร่วง
ทันทีที่คำพูดของทรัมป์เผยแพร่ออกไป ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นทันที 6% แตะระดับ 78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปร่วงลง 1.6% จากความกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อรอบใหม่ สอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว สำนักงานความปลอดภัยการบินแห่งสหภาพยุโรป (EASA) ได้ออกคำสั่งเตือนภัยขั้นสูงให้สายการบินพาณิชย์ทั้งหมดหลีกเลี่ยงการบินผ่านน่านฟ้าของประเทศอิหร่านและอิรักโดยเด็ดขาดไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2026
ทรัมป์สั่งตัดสัมพันธ์การค้ากับสเปน
ไม่เพียงแต่เรื่องอิหร่าน ทรัมป์ยังใช้เวทีนาโตเปิดฉากโจมตีประเทศสมาชิกยุโรปอย่างรุนแรง โทษฐานที่ไม่ยอมให้ความช่วยเหลือทางการทหารแก่สหรัฐฯ ในช่วงสงครามอิหร่าน โดยทรัมป์ได้สั่งการนายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ให้ดำเนินการ "ตัดสัมพันธ์ทางการค้าและพาณิชย์ทั้งหมดกับประเทศสเปนทันที"
ทรัมป์ระบุว่า "เราไม่อยากทำธุรกิจการค้าใดๆ กับสเปนอีกต่อไป สเปนเป็นพันธมิตรที่แย่มากในนาโต พวกเขาไม่ยอมเข้าร่วมรบ และพวกเขาก็ไม่ยอมจ่ายเงิน" ขณะที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีสเปนได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ทันควันโดยพยายามลดกระแสความตึงเครียดว่า สเปนจะมองคำขู่ของทรัมป์เป็นเพียง "เรื่องปกติที่ต้องเจอในการทำธุรกิจ" และยืนยันว่าสเปนยังมีพรมแดนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ดีเยี่ยมกับสหรัฐฯ และไม่ต้องการให้สิ่งใดมาเปลี่ยนมัน
นอกจากสเปนแล้ว ทรัมป์ยังวิจารณ์สหราชอาณาจักรที่ไม่ยอมให้ใช้ฐานทัพทั้งหมด และระบุว่าอิตาลี "แย่มาก" ในการสนับสนุนด้านฐานทัพ แม้ว่านายมาร์ก รุตเต เลขาธิการนาโตซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ทรัมป์ จะพยายามช่วยชี้แจงว่ายุโรปได้สนับสนุนสหรัฐฯ อย่างเต็มที่ โดยมีเครื่องบินรบถึง 5,000 ลำบินขึ้นจากสนามบินในยุโรปเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการในอิหร่าน และย้ำว่ายุโรปคือฐานกำลังหลักของสหรัฐฯ ก็ตาม
ทรัมป์ย้ำแผนฮุบกรีนแลนด์
ความตึงเครียดในที่ประชุมยังลามไปถึงประเด็นดินแดนแถบอาร์กติก เมื่อทรัมป์ยอมรับว่าเขายังคงไม่พอใจนาโตและเดนมาร์กเกี่ยวกับกรณี "กรีนแลนด์" เกาะทางยุทธศาสตร์ที่เขาเคยพยายามจะขอซื้อในสมัยดำรงตำแหน่งวาระแรก
ทรัมป์กล่าวว่า "กรีนแลนด์เป็นปัญหาใหญ่สำหรับเรา มันมีความสำคัญต่อสหรัฐฯ มาก แต่ดันไม่มีความสำคัญอะไรเลยกับเดนมาร์ก เราจำเป็นต้องใช้มันเพื่อการปกป้องโลก ไม่ใช่แค่เพื่อสหรัฐฯ มันไม่ได้ช่วยอะไรเดนมาร์กเลย แต่ช่วยเราได้ ตอนที่เราต้องการพวกเขา พวกเขาไม่เคยอยู่ตรงนั้นเพื่อเรา ทั้งที่เราอยู่ช่วยพวกเขามาตลอด สหรัฐฯ แบกรับค่าใช้จ่ายในนาโตสูงเกินส่วนเพื่อปกป้องยุโรปจากรัสเซีย เราได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม"
ด้านนางเมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีหญิงของเดนมาร์ก ได้ออกมายืนยันคำเดิมอย่างหนักแน่นก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลโคเปนเฮเกนมีจุดยืนที่ชัดเจนและไม่มีวันเปลี่ยนแปลงว่า "กรีนแลนด์ไม่ได้มีไว้ขาย" อย่างไรก็ดี นายมาร์ก รุตเต เลขาธิการนาโต พยายามไกล่เกลี่ยว่า สหรัฐฯ และเดนมาร์กจะยังคงยึดมั่นในข้อตกลงที่จะเปิดโต๊ะเจรจาเพื่อร่วมมือขยายขอบเขตการวางกำลังทหารของสหรัฐฯ บนเกาะกรีนแลนด์ในอนาคตต่อไป
ที่มา Reuters / Al Jazeera



