ทรัมป์ยืนยัน สตาร์เมอร์จ่อลาออกจากนายกฯ อังกฤษหลังพรรคกดดัน
ทรัมป์ยืนยัน สตาร์เมอร์จ่อลาออกจากนายกฯ อังกฤษ

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ยืนยันว่า เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ กำลังจะลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร โดยชี้ว่าผู้นำอังกฤษรายนี้ล้มเหลวใน 2 เรื่องสำคัญ

ทรัมป์ชี้สตาร์เมอร์ล้มเหลวด้านตรวจคนเข้าเมืองและพลังงาน

“เคียร์ สตาร์เมอร์ จะลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร เขาล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงใน 2 เรื่องที่สำคัญมาก ๆ นั่นคือ เรื่องการตรวจคนเข้าเมือง และเรื่องพลังงาน (เปิดให้ขุดเจาะน้ำมันในทะเลเหนือซะ!) ผมขอให้เขาโชคดี! — ประธานาธิบดี DJT” ข้อความของทรัมป์ระบุ

ทั้งนี้ สถานการณ์ทางการเมืองของสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อสื่อยักษ์ใหญ่หลายสำนัก รายงานตรงกันว่า นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ กำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากทั้งคณะรัฐมนตรีและ สส.พรรคแรงงานของตัวเอง ที่ต้องการให้เขาประกาศลาออกและวางกำหนดเวลาในการลงจากตำแหน่งอย่างชัดเจน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เบิร์นแฮมชนะเลือกตั้งซ่อม สั่นคลอนอำนาจสตาร์เมอร์

ชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้อำนาจของสตาร์เมอร์สั่นคลอนอย่างรุนแรงเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เมื่อนาย แอนดี เบิร์นแฮม วัย 56 ปี อดีตนายกเทศมนตรีเมืองแมนเชสเตอร์และคู่ปรับทางการเมืองคนสำคัญของเขา ชนะเลือกตั้งซ่อมที่เขตเมเกอร์ฟิลด์ และคว้าเก้าอี้ สส. ในสภาสามัญชนได้สำเร็จ เปิดทางให้เบิร์นแฮมสามารถท้าชิงตำแหน่งผู้นำพรรคและนายกรัฐมนตรีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

จากการรวบรวมข้อมูลของสำนักข่าวรอยเตอร์ พบว่ามี สส. พรรคแรงงานมากกว่า 100 คน หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของ สส. พรรคทั้งหมดในสภา ออกมาเรียกร้องให้เขาลาออกต่อสาธารณะ ขณะที่คนใกล้ชิดยอมรับว่า ตอนนี้เหลือ สส. เพียงไม่กี่คนที่เป็นเพื่อนสนิทจริงๆ เท่านั้นที่ยังอยู่เคียงข้างเขา

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

รัฐมนตรีอาวุโส 5 คนแอบส่งสัญญาณให้วางกำหนดลาออก

ยิ่งกว่านั้น มีรายงานว่ารัฐมนตรีอาวุโสในคณะรัฐบาลถึง 5 คน รวมถึง ไฮดี อเล็กซานเดอร์ รัฐมนตรีคมนาคม, อีเวตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศ, ชาบานา มาห์มูด รัฐมนตรีมหาดไทย และ เอ็ด มิลลิแบนด์ เพื่อนสนิทของเขา ต่างแอบส่งสัญญาณเตือนให้เขาวางกำหนดเวลาลาออก ดีกว่าดันทุรังสู้ศึกท้าชิงเก้าอี้ผู้นำพรรค ซึ่งอาจทำให้เขาต้อง "อับอายขายหน้า" หากเป็นฝ่ายพ่ายแพ้