ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ถอดถอนยุนซอกยอล
ศาลรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐเกาหลีใต้มีมติเอกฉันท์ 8 ต่อ 0 เสียง เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 ในการถอดถอนประธานาธิบดียุนซอกยอลออกจากตำแหน่ง หลังจากที่รัฐสภามีมติถอดถอนเขาเมื่อเดือนธันวาคม 2567 โดยศาลเห็นว่าการกระทำของยุนซอกยอลเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะการประกาศใช้กฎอัยการศึกที่ขัดต่อหลักนิติธรรม
ข้อกล่าวหาหลัก: การประกาศกฎอัยการศึกโดยมิชอบ
ศาลระบุว่าการประกาศกฎอัยการศึกของยุนซอกยอลเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่เข้าข่ายเหตุฉุกเฉินที่จำเป็นต้องใช้มาตรการดังกล่าว นอกจากนี้ เขายังถูกกล่าวหาว่าสั่งการให้กองกำลังทหารและตำรวจใช้กำลังสลายการชุมนุมของประชาชนอย่างไม่เป็นสัดส่วน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน
ตามรายงานของสำนักข่าวยอนฮับ ระหว่างการชุมนุมประท้วงที่เกิดขึ้นในเดือนธันวาคม 2567 มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บกว่า 200 คน โดยองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศหลายแห่งออกมาเรียกร้องให้สอบสวนการกระทำของรัฐบาลเกาหลีใต้
ผลกระทบทางการเมือง: เลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วัน
การถอดถอนครั้งนี้ทำให้เกาหลีใต้ต้องจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ภายใน 60 วัน ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด โดยคาดว่าเลือกตั้งจะมีขึ้นในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2568 ขณะนี้ พล.อ.ฮันด็อกซู นายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่รักษาการประธานาธิบดีเป็นการชั่วคราว
พรรคประชาธิปไตยซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก ได้ออกมาแสดงความยินดีต่อคำตัดสินของศาล โดยระบุว่าเป็นการชัยชนะของประชาชนและหลักนิติธรรม ขณะที่พรรคพลังประชาชนของยุนซอกยอลแสดงความเสียใจและยอมรับคำตัดสิน โดยระบุว่าพร้อมจะทำงานเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นพันธมิตรหลักของเกาหลีใต้ ออกแถลงการณ์ยินดีต่อกระบวนการทางกฎหมายที่โปร่งใสของเกาหลีใต้ และหวังว่าการเลือกตั้งใหม่จะนำมาซึ่งเสถียรภาพในภูมิภาค ญี่ปุ่นและจีนต่างก็แสดงท่าทีเป็นกลาง โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมายและหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง
องค์การสหประชาชาติได้ออกแถลงการณ์สนับสนุนการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยตามระบอบประชาธิปไตย
อนาคตของเกาหลีใต้หลังยุนซอกยอล
การถอดถอนประธานาธิบดีครั้งนี้เป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้ ต่อจากปาร์คกึนเฮในปี 2560 ซึ่งถูกถอดถอนในข้อหาทุจริตและใช้อำนาจในทางมิชอบ การเลือกตั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นจะเป็นการทดสอบความเข้มแข็งของระบอบประชาธิปไตยเกาหลีใต้ ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในภูมิภาค
นักวิเคราะห์คาดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการแข่งขันที่เข้มข้นระหว่างพรรคประชาธิปไตยและพรรคพลังประชาชน โดยประเด็นเศรษฐกิจและการปฏิรูปสถาบันจะเป็นวาระหลักของแคมเปญหาเสียง



