เกาหลีใต้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเหตุเครื่องบินเจจูแอร์ตก พบซากนกและคราบเลือดที่เครื่องยนต์
เกาหลีใต้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเหตุเครื่องบินเจจูแอร์ตก พบซากนก

ทางการเกาหลีใต้ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเหตุการณ์เครื่องบินของสายการบินเจจูแอร์ (Jeju Air) ตกที่ท่าอากาศยานมวน (Muan International Airport) เมื่อวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการชุดนี้ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงคมนาคม สำนักงานการบินพลเรือน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของโศกนาฏกรรมครั้งนี้

พบหลักฐานสำคัญที่เครื่องยนต์

เจ้าหน้าที่สอบสวนเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบซากนกและคราบเลือดติดอยู่ที่เครื่องยนต์ของเครื่องบินลำดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับรายงานของนักบินที่แจ้งว่าพบนกชนเครื่องยนต์ก่อนเกิดเหตุไม่นาน อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปได้ว่านกชนเครื่องยนต์เป็นสาเหตุหลักของการตก เนื่องจากต้องรอผลการวิเคราะห์เพิ่มเติมจากกล่องดำ (Black Box) ที่กู้คืนมาได้

นายคิม แด-ซิก (Kim Dae-sik) โฆษกกระทรวงคมนาคมเกาหลีใต้กล่าวว่า "เราพบหลักฐานที่บ่งชี้ถึงการชนของนก แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่ต้องพิจารณา เช่น สภาพอากาศ และความผิดปกติของระบบเครื่องบิน คณะกรรมการจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนในการสอบสวนอย่างละเอียด"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

รายละเอียดเหตุการณ์

เครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ของเจจูแอร์ เที่ยวบินที่ 7C2216 ซึ่งเดินทางจากกรุงเทพฯ ประเทศไทย มุ่งหน้าสู่เมืองมวน ประเทศเกาหลีใต้ ประสบเหตุตกขณะลงจอดเมื่อเวลาประมาณ 09:07 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 179 ราย และมีผู้รอดชีวิตเพียง 2 ราย ซึ่งเป็นลูกเรือที่อยู่บริเวณท้ายเครื่องบิน

ผู้รอดชีวิตทั้งสองรายถูกนำส่งโรงพยาบาลในสภาพบาดเจ็บสาหัส แต่ปัจจุบันอาการทรงตัวแล้ว และให้การกับเจ้าหน้าที่สอบสวนว่าได้ยินเสียงดังผิดปกติก่อนเครื่องบินตกไม่นาน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

มาตรการเร่งด่วนของสายการบิน

สายการบินเจจูแอร์ประกาศระงับเที่ยวบินทั้งหมดชั่วคราวเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของฝูงบิน พร้อมทั้งให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการสอบสวนอย่างเต็มที่ ผู้บริหารของสายการบินได้ออกมากล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และยืนยันว่าจะชดใช้ค่าเสียหายตามกฎหมาย

นายคิม อี-ซอบ (Kim Eui-sup) ซีอีโอของเจจูแอร์กล่าวว่า "เราขออภัยอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อหาสาเหตุและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ"

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบิน

เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้ทางการเกาหลีใต้สั่งตรวจสอบความปลอดภัยของเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ทุกลำที่ให้บริการในประเทศ ซึ่งมีจำนวนกว่า 100 ลำ ขณะที่สำนักงานการบินพลเรือนเกาหลีใต้ (KOCA) ประกาศเพิ่มมาตรการป้องกันนกชนเครื่องบินในสนามบินทั่วประเทศ รวมถึงการใช้ระบบเรดาร์ตรวจจับนกและอุปกรณ์ไล่นกด้วยเสียง

ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินชี้ว่า การชนของนกเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุทางการบินที่พบได้บ่อย แต่ส่วนใหญ่ไม่รุนแรงถึงขั้นเครื่องตก เหตุการณ์ครั้งนี้จึงเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญสำหรับการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัย