สำนักงานค้นหาและกู้ภัยเมียนมารายงานยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 เพิ่มขึ้นเป็น 1,644 ราย ขณะที่ผู้บาดเจ็บมีจำนวน 3,408 ราย และผู้สูญหายอีก 139 ราย รัฐบาลเมียนมาประกาศภาวะฉุกเฉินใน 6 เมืองสำคัญ ได้แก่ มัณฑะเลย์ สะกาย อังวะ พะโค ชเวโบ และตองอู
สะพานถล่มและอาคารเสียหายหนัก
สะพานประวัติศาสตร์อังวะ ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำอิรวดีอายุ 90 ปี พังถล่มลงมาทั้งหมด ส่งผลให้เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างมัณฑะเลย์และสะกายถูกตัดขาด หน่วยกู้ภัยต้องใช้เรือข้ามฟากในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย นอกจากนี้ อาคารสำคัญหลายแห่งได้รับความเสียหาย อาทิ มัสยิดในเมืองมัณฑะเลย์ถล่ม มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 100 ราย วัดพุทธหลายแห่งได้รับความเสียหาย และโรงพยาบาลในเมืองสะกายต้องอพยพผู้ป่วยออกจากอาคารที่แตกร้าว
ผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน
ระบบไฟฟ้าและโทรคมนาคมในหลายพื้นที่ถูกตัดขาด โดยเฉพาะในมัณฑะเลย์และสะกายมีไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง ประชาชนต้องใช้ไฟฉายและเทียนในการส่องสว่างในเวลากลางคืน ถนนหลายสายถูกปิดเนื่องจากเศษซากอาคารและรอยแยกขนาดใหญ่บนพื้นผิว ทำให้การเดินทางเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยเป็นไปอย่างยากลำบาก ทีมกู้ภัยจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีนและอินเดียได้ส่งความช่วยเหลือมาสมทบแล้ว
ความช่วยเหลือจากนานาชาติ
องค์การสหประชาชาติประกาศให้การสนับสนุนด้านการแพทย์และอาหารแก่ผู้ประสบภัย ขณะที่รัฐบาลไทยส่งทีมแพทย์และเวชภัณฑ์ไปยังพื้นที่ประสบภัยแล้ว นายกรัฐมนตรีเมียนมา พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย กล่าวขอบคุณนานาชาติที่ให้ความช่วยเหลือ โดยระบุว่า "เราจะฟื้นฟูประเทศให้เร็วที่สุด" อย่างไรก็ตาม หน่วยกู้ภัยยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพัง โดยเฉพาะในเมืองมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ



