พายุไต้ฝุ่น “บาหวี่” (BAVI) กำลังเป็นที่จับตาในภูมิภาคเอเชียตะวันออก หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้อัปเดตเส้นทางพายุลูกนี้ โดยคาดว่าพายุบาหวี่จะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณด้านตะวันออกของมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569
ที่มาของชื่อพายุบาหวี่
ชื่อ “บาหวี่” (BAVI) มีความหมายว่า “ทิวเขาในภาคเหนือของเวียดนาม” เป็นชื่อในภาษาเวียดนาม โดยประเทศเวียดนามเป็นผู้เสนอชื่อนี้เข้าสู่บัญชีรายชื่อพายุหมุนเขตร้อนของคณะกรรมการไต้ฝุ่น คำว่า “บาหวี่” มาจากชื่ออุทยานแห่งชาติบาหวี่ (Ba Vì National Park) ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติชื่อดังทางตอนเหนือของเวียดนาม ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงฮานอย ถือเป็นแหล่งธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศ
การตั้งชื่อพายุหมุนเขตร้อน
การตั้งชื่อพายุหมุนเขตร้อนจะสลับหมุนเวียนกันไปตามลำดับ โดยสำนักงานราชบัณฑิตยสภาเป็นหน่วยงานที่รับหน้าที่ถอดเสียงคำอ่านชื่อพายุเป็นภาษาไทย
เส้นทางพายุบาหวี่กระทบไทยหรือไม่
จากการประเมินล่าสุดของกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ศูนย์กลางของพายุไต้ฝุ่นบาหวี่จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่จะเคลื่อนผ่านทางเหนือของเกาะไต้หวัน ก่อนขึ้นฝั่งบริเวณด้านตะวันออกของมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569
ผลกระทบทางอ้อมต่อประเทศไทย
แม้พายุบาหวี่จะไม่พัดเข้าสู่ไทยโดยตรง แต่ยังส่งผลทางอ้อม ทำให้มรสุมที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนัก และทะเลมีคลื่นลมแรง โดยในช่วงวันที่ 10-14 กรกฎาคม 2569 หลายพื้นที่ของไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ทะเลบริเวณที่ได้รับอิทธิพลของมรสุมจะมีคลื่นลมแรง โดยคลื่นอาจสูงประมาณ 2-4 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด



