สภาผู้แทนราษฎรของญี่ปุ่นลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายห้ามทำลายหรือดูหมิ่นธงชาติ โดยกำหนดโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 เยน (ประมาณ 41,000 บาท) ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดเมื่อสมาชิกพรรคฝ่ายค้านทุกพรรคพร้อมใจกันไม่เข้าร่วมการลงมติเพื่อประท้วงแนวทางการทำงานของพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ภายใต้นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทากาอิจิ ที่ผลักดันมาตรการดังกล่าวซึ่งเป็นแกนหลักของวาระนโยบายสายอนุรักษนิยม
เนื้อหาสำคัญของร่างกฎหมาย
สาระสำคัญของร่างกฎหมายกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่กระทำการทำลาย เคลื่อนย้าย หรือทำให้ธงชาติแปดเปื้อนในที่สาธารณะ โดยเจตนาให้เกิด 'ความรู้สึกไม่สบายใจหรือความรังเกียจอย่างรุนแรง' ต่อผู้อื่น ผู้ฝ่าฝืนจะต้องระวางโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 เยน กฎหมายดังกล่าวถูกระบุไว้ในข้อตกลงร่วมจัดตั้งรัฐบาลระหว่างพรรค LDP และพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (JIP) เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยผู้เสนอระบุว่าต้องการแก้ไข 'ความย้อนแย้ง' ในประมวลกฎหมายอาญาฉบับปัจจุบันของญี่ปุ่น ที่ระบุความผิดและบทลงโทษสำหรับการดูหมิ่นธงชาติของต่างประเทศไว้แล้ว แต่กลับไม่มีบทลงโทษสำหรับการกระทำต่อธงชาติของตนเอง
ฝ่ายค้านคว่ำบาตรและความเห็นต่างภายในพรรครัฐบาล
พรรคประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (DPFP) และพรรคซันเซโตะ (Sanseito) ซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองแนวคิดอนุรักษนิยม แต่เดิมร่วมมือกับพรรค LDP และ JIP ในการเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่สภา แต่สุดท้ายเลือกที่จะเข้าร่วมการคว่ำบาตรการลงมติเนื่องจากไม่พอใจวิธีการควบคุมและนำทางวาระการประชุมสภาของกลุ่มพันธมิตรรัฐบาล การบังคับใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในรัฐสภายังสร้างความเห็นต่างภายในพรรค LDP โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางส่วนตัดสินใจงดออกเสียง เช่น นายทาเคชิ อิวายะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งถูกมองว่าเป็นนักการเมืองสายพิราบ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า แม้เขาจะไม่คัดค้านมติของพรรค แต่เขาไม่สามารถ 'สนับสนุนอย่างออกหน้าออกตา' ได้ เขากล่าวว่า 'ความเคารพต่อธงชาติควรเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและด้วยความสมัครใจ ไม่ควรถูกบังคับผ่านการกำหนดโทษทางอาญา'
อุปสรรคในสภาสูงและข้อกังวลด้านเสรีภาพ
ร่างกฎหมายนี้ยังต้องเผชิญกับด่านสำคัญในสภาสูง ซึ่งพรรครัฐบาลยังคงเป็นเสียงข้างน้อย และยังไม่แน่ชัดว่าจะผ่านการอนุมัติหรือไม่ เนื่องจากพรรคฝ่ายค้านหลักๆ รวมถึงพรรคสายกลางอย่างพันธมิตรปฏิรูปสายกลาง และพรรคโคเมโต (Komeito) ต่างแสดงความกังวลว่ากฎหมายนี้อาจละเมิด 'เสรีภาพในการแสดงออก' ที่ได้รับการคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังตั้งคำถามถึงเหตุผลทางกฎหมายในการเอาผิด และการนิยามขอบเขตพฤติกรรมที่ควรถูกลงโทษว่ายังไม่มีความชัดเจนพอ
สถานการณ์การเมืองและกฎหมายอื่นๆ
จากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พรรค LDP และ JIP ได้ร่วมกันกวาดที่นั่งในสภาล่างไปได้มากกว่า 3 ใน 4 ซึ่งเกินเกณฑ์ 2 ใน 3 ที่จำเป็นในการใช้อำนาจโหวตคว่ำมติของสภาสูงหากเกิดกรณีขัดแย้ง ทำให้รัฐบาลสามารถใช้ 'กฎหมู่เสียงข้างมาก' ในการลากกฎหมายต่างๆ ผ่านสภาล่างได้อย่างง่ายดาย นอกเหนือจากร่างกฎหมายธงชาติแล้ว รัฐบาลยังได้บังคับเปิดการพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญอื่นๆ ท่ามกลางเสียงคัดค้าน เช่น ร่างกฎหมายลดจำนวนที่นั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงราวร้อยละ 10 และร่างกฎหมายจัดตั้ง 'เมืองหลวงสำรองแห่งที่สอง' เพื่อรองรับกรณีฉุกเฉินของกรุงโตเกียว
ความขัดแย้งในสภาและแนวโน้มการขยายสมัยประชุม
สถานการณ์ความเผชิญหน้าที่ทวีความรุนแรงส่งผลให้การทำงานของรัฐสภาติดขัด โดยตัวแทนจาก 5 พรรคฝ่ายค้านในสภาล่างได้เข้าพบและแจ้งต่อนายเอสุเกะ โมริ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า 'พวกเขาไม่สามารถยอมรับการบังคับพิจารณาร่างกฎหมายโดยอาศัยเพียงจำนวนป้ายชื่อได้อย่างเด็ดขาด' ด้านนายโยชิฮิโกะ อิโซซากิ ประธานคณะกรรมการกิจการวุฒิสภาของพรรค LDP ได้ออกมาแถลงยอมรับต่อสื่อมวลชนว่า ด้วยสถานการณ์ความขัดแย้งในปัจจุบัน เป็นเรื่องยากมากที่จะผลักดันร่างกฎหมายที่ค้างอยู่ของรัฐบาลอีก 17 ฉบับ รวมถึงร่างกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกสภาอีกหลายฉบับให้เสร็จสิ้นได้ทันตามกำหนดการเดิมที่จะปิดสมัยประชุมในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ แกนนำพรรครัฐบาลจึงเริ่มมีกระแสเรียกร้องให้มีการ 'ขยายเวลาสมัยประชุมสภา' ออกไป เพื่อจัดการกับกฎหมายค้างท่อทั้งหมด ซึ่งคาดว่าเกมนโยบายและการประลองกำลังระหว่างขั้วอำนาจในเมืองหลวงของญี่ปุ่นจะยังคงดุเดือดต่อไปหลังจากนี้



