กองทัพอิสราเอลได้ประกาศยกระดับปฏิบัติการทางบกในฉนวนกาซาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยขยายขอบเขตการปฏิบัติการไปยังพื้นที่ใหม่ พร้อมทั้งประกาศพื้นที่ปลอดภัยเพิ่มเติมเพื่ออพยพพลเรือน ท่ามกลางการโจมตีทางอากาศที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง
ปฏิบัติการทางบกขยายวงกว้าง
โฆษกกองทัพอิสราเอล พลตรี ดาเนียล ฮาการี แถลงว่า ปฏิบัติการทางบกได้ขยายไปยังพื้นที่ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา โดยเฉพาะในเมืองข่านยูนิส ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญของกลุ่มฮามาส การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการตอบโต้การโจมตีด้วยจรวดที่ยิงจากกาซาเข้าสู่อิสราเอลเมื่อวันก่อนหน้า
“เรากำลังดำเนินการอย่างเข้มข้นเพื่อทำลายโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มฮามาส และเพื่อให้แน่ใจว่าพลเรือนจะปลอดภัย เราจึงได้ประกาศพื้นที่ปลอดภัยใหม่ในเขตอัล-มาวาซี” ฮาการีกล่าว
พื้นที่ปลอดภัยใหม่และการอพยพ
กองทัพอิสราเอลได้กำหนดพื้นที่ปลอดภัยตามแนวชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของกาซา โดยมีพื้นที่ประมาณ 20 ตารางกิโลเมตร รองรับผู้พลัดถิ่นได้ถึง 1 ล้านคน อย่างไรก็ตาม หน่วยงานบรรเทาทุกข์ของสหประชาชาติ (UNRWA) ระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่เพียงพอและขาดแคลนสิ่งจำเป็นพื้นฐาน
ทอมัส ไวท์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ UNRWA ในกาซา กล่าวว่า “พื้นที่ปลอดภัยที่ประกาศนั้นไม่มีโครงสร้างพื้นฐานใดๆ ทั้งน้ำ อาหาร หรือสุขอนามัย ผู้คนหลายแสนคนต้องอพยพโดยไม่มีที่ไป”
ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้น
กระทรวงสาธารณสุขในกาซาซึ่งควบคุมโดยกลุ่มฮามาส รายงานว่าใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 52 ราย และบาดเจ็บกว่า 200 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการทางบกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ยอดผู้เสียชีวิตสะสมเพิ่มเป็นกว่า 1,200 ราย
องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีโรงพยาบาลและสถานพยาบาล โดยระบุว่าโรงพยาบาลในกาซาเหนือ 6 แห่งจากทั้งหมด 24 แห่งไม่สามารถให้บริการได้เนื่องจากขาดแคลนเชื้อเพลิงและเวชภัณฑ์
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
เลขาธิการสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตร์เรส เรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันทีเพื่อมนุษยธรรม ขณะที่สหรัฐอเมริกาแสดงจุดยืนสนับสนุนสิทธิของอิสราเอลในการป้องกันตนเอง แต่เรียกร้องให้ลดความสูญเสียของพลเรือน
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวว่า “อิสราเอลมีสิทธิ์ที่จะปกป้องตัวเอง แต่ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ”
สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมวิกฤต
กาชาดสากลและสหประชาชาติเตือนว่าสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในกาซากำลังเข้าสู่จุดวิกฤต โดยมีผู้พลัดถิ่นภายในประเทศมากกว่า 1.4 ล้านคน และระบบสาธารณสุขใกล้ล่มสลาย การส่งความช่วยเหลือผ่านจุดผ่านแดนราฟาห์ยังคงถูกจำกัด
องค์กรแพทย์ไร้พรมแดน (MSF) รายงานว่าเจ้าหน้าที่ของพวกเขาต้องผ่าตัดผู้บาดเจ็บโดยไม่มียาสลบ เนื่องจากยาและเวชภัณฑ์ไม่เพียงพอ



