หนังสือพิมพ์ต่างประเทศรายงานว่า อิหร่านและสหรัฐได้ลงนามในข้อตกลงหย่าศึกอย่างเป็นทางการ เพื่อยุติการสู้รบในทุกสมรภูมิ โดยมีผลทันทีตามข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่ยืดเยื้อมานาน และสร้างความหวังต่อเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง
เปิดช่องแคบฮอร์มุซศุกร์นี้
แหล่งข่าวระบุว่า ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมัน จะถูกเปิดอีกครั้งในวันศุกร์นี้ หลังจากที่ถูกปิดไปก่อนหน้านี้เนื่องจากความขัดแย้ง การเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะช่วยให้การขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศกลับมาเป็นปกติ ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโลก
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
ประชาคมระหว่างประเทศต่างแสดงความยินดีต่อข้อตกลงหย่าศึกครั้งนี้ โดยหลายประเทศหวังว่าการเจรจาจะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาค ขณะที่สหรัฐและอิหร่านต่างให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด
ข่าวอื่นๆ ในรอบวัน
- ฟุตบอล: ทีมชาติสิงโตคำรามเตรียมลงสนามนัดแรกพบโครเอเชีย ลุ้นเก็บสามแต้ม ขณะที่โรนัลโดนำทัพฝอยทองเจอคองโก
- อาชญากรรม: ส.ต.ท. ปลิดชีพตัวเองคาป้อมจราจรปทุมธานี สาเหตุจากความเครียดหนี้สินและปัญหาที่ดิน
- พระราชพิธี: เปิดให้ประชาชนสักการะพระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย. เป็นต้นไป
- การเมืองท้องถิ่น: ล้างภูเก็ตเซ่นมาเฟีย เด้ง ผวจ.เซมเบ้ คู่กัดรองซีฟู้ด มท.1 ไม่ทน สั่งย้ายกราวรูด
วิเคราะห์การเมือง: ฟรีแบบมีราคาต้องจ่าย
คอลัมน์วิเคราะห์การเมืองชี้ว่า ข้อตกลงหย่าศึกครั้งนี้เป็นสัญญาณเชิงบวก แต่ก็มีความเสี่ยงที่ต้องจับตา โดยเฉพาะประเด็นการบังคับใช้ข้อตกลงและการตรวจสอบจากนานาชาติ
สกู๊ปหน้า 1: ชื่นชมตัวเอง
สำนักข่าวหัวเขียวรายงานว่า ไทยได้รับสัญญาณเชิงบวกจากความกล้าได้กล้าเสียในการเจรจาระหว่างทรัมป์และอิหร่าน ซึ่งอาจนำไปสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่มากขึ้น



