ศาลฎีกากัมพูชาในกรุงพนมเปญมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ตัดสินให้นายรง ชุน (Rong Chhun) อายุ 56 ปี ที่ปรึกษาอาวุโสพรรคพลังชาติ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน มีความผิดในข้อหายุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในสังคม แต่ศาลมีคำสั่งให้รอการลงโทษจำคุกที่เหลือไว้ก่อน ส่งผลให้เขารอดพ้นจากการเข้าคุก อย่างไรก็ตาม เขายังคงถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งนาน 5 ปี และห้ามเดินทางออกนอกประเทศ 3 ปี
รายละเอียดคำพิพากษา
นายเอม จันทา ทนายความของนายรง ชุน เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า คำตัดสินของศาลฎีการะบุให้ระงับโทษจำคุกที่เหลืออยู่เป็นเวลา 3 ปี จากโทษจำคุกเดิมทั้งหมด 4 ปีที่เขาได้รับจากการตัดสินเมื่อปีที่แล้ว แต่ศาลยังคงยืนบทลงโทษอื่น ๆ ได้แก่ การสั่งห้ามมีส่วนร่วมทางการเมืองทุกรูปแบบ เป็นเวลา 5 ปี ซึ่งรวมถึงการห้ามไปใช้สิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง และห้ามลงสมัครรับเลือกตั้ง นอกจากนี้ เขายังถูกสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศเป็นเวลา 3 ปี
ความเป็นมาของคดี
คดีดังกล่าวเกิดขึ้นในปี 2024 หลังจากที่นายรง ชุน เดินทางไปพบปะกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการถูกขับไล่ที่ดินในโครงการก่อสร้างของรัฐบาล และเขาได้แสดงความคิดเห็นพาดพิงถึงการเดินทางเยือนพื้นที่ชายแดนติดกับเวียดนามของนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ซึ่งข้อหายุยงปลุกปั่นนี้ ถือเป็นข้อหาที่ทางการกัมพูชามักนำมาใช้เล่นงานนักกิจกรรมและผู้เห็นต่างทางการเมืองอยู่บ่อยครั้ง
บรรยากาศหน้าศาล
บรรยากาศที่หน้าอาคารศาลฎีกาเป็นไปอย่างตึงเครียด มีกลุ่มผู้สนับสนุนนายรง ชุน ประมาณ 200 คน รวมตัวกันฝ่าสิ่งกีดขวางของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมตะโกนเรียกร้องให้ยกเลิกข้อกล่าวหาต่อนายรง ชุน โดยหนึ่งในผู้สนับสนุนให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า คำตัดสินนี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ เพราะประชาชนต้องการเห็นพื้นที่ประชาธิปไตยและการปรองดองแห่งชาติมากกว่านี้
ปฏิกิริยาของนายรง ชุน
หลังรับฟังคำพิพากษา นายรง ชุน ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวหน้าศาลว่า นี่คือคำตัดสินที่ไม่ยุติธรรม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ฝ่ายผู้กุมอำนาจในกัมพูชาจงใจใช้กฎหมายเพื่อกีดกันไม่ให้เขาลงแข่งขันในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะมีขึ้นในปี 2027 รวมถึงการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2028 เขากล่าวว่า ผลการตัดสินในวันนี้ทำให้ผมรู้ว่า ตัวผมเองยังมีอิทธิพลอยู่มาก จนทำให้ผู้กุมอำนาจรัฐไม่กล้าที่จะมอบอิสรภาพให้ผมกลับไปลงสนามแข่งในสนามเลือกตั้งปี 2027 และ 2028
แนวทางต่อสู้ต่อไป
แม้ว่าคำตัดสินของศาลฎีกาจะถือเป็นที่สิ้นสุดแล้ว แต่นายรง ชุน ยืนยันว่าเขายังไม่หมดหวัง โดยจะร่วมหารือกับทีมกฎหมายอย่างละเอียดเพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการยื่นทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษจากพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี กษัตริย์แห่งกัมพูชาต่อไป
เสียงวิจารณ์จากกลุ่มสิทธิมนุษยชน
ทั้งนี้ บรรดากลุ่มสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลกัมพูชามาอย่างยาวนาน ว่ามักใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือในการปิดปากฝ่ายค้านและกลุ่มผู้เห็นต่างทางการเมือง โดยเมื่อเดือนที่แล้ว นายเขม โสกา อดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชาที่เคยถูกตัดสินจำคุก 27 ปีในข้อหากบฏ เพิ่งได้รับพระราชทานอภัยโทษ แต่อย่างไรก็ตาม สิทธิ์ทางการเมืองและการออกเสียงเลือกตั้งของเขาก็ยังคงถูกสั่งเพิกถอนอยู่เช่นเดิม



