นายกรัฐมนตรีได้ย้ำถึงจุดยืนของประเทศไทยในการเป็นมิตรกับทุกประเทศ โดยไม่เลือกข้าง พร้อมเดินหน้ายกระดับความสัมพันธ์กับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสมดุลในเวทีโลกและผลักดันผลประโยชน์ของชาติ
จุดยืนที่ไม่เลือกข้าง
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในนโยบายต่างประเทศที่เปิดกว้างและสมดุล โดยพร้อมที่จะร่วมมือกับทุกประเทศบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกันและความเคารพซึ่งกันและกัน การไม่เลือกข้างเป็นแนวทางที่ทำให้ไทยสามารถรักษาความสัมพันธ์อันดีกับทุกฝ่ายได้
การยกระดับความสัมพันธ์
นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลจะเร่งดำเนินการยกระดับความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี โดยเฉพาะการเจรจาความตกลงการค้าเสรีและการลงทุน รวมถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการศึกษา เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกัน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงบทบาทของไทยในเวทีโลก โดยเฉพาะในกรอบอาเซียนและสหประชาชาติ ที่ไทยจะยังคงเป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือและส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค
การสร้างสมดุลในเวทีโลก
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การสร้างสมดุลในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญ โดยไทยจะไม่ยอมตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของมหาอำนาจใดมหาอำนาจหนึ่ง แต่จะรักษาความเป็นกลางและผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเชื่อว่าแนวทางดังกล่าวจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกยุคปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือความผันผวนทางเศรษฐกิจ
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการต่างประเทศ
นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงความสำคัญของการต่างประเทศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยระบุว่า การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศต่างๆ จะช่วยเปิดตลาดใหม่สำหรับสินค้าและบริการของไทย รวมถึงดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ
รัฐบาลจะเร่งผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรีกับคู่ค้าสำคัญ รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับประเทศ
นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ประเทศไทยจะยังคงเป็นมิตรกับทุกชาติ และพร้อมที่จะร่วมมือกับทุกประเทศเพื่อสร้างอนาคตที่ดีร่วมกัน



