ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องยุบพรรคก้าวไกล คดีถือหุ้นสื่อ
ศาล รธน.รับคำร้องยุบพรรคก้าวไกล คดีถือหุ้นสื่อ

ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องยุบพรรคก้าวไกล

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้ยุบพรรคก้าวไกล กรณีการถือครองหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคในขณะนั้น ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92

รายละเอียดคำร้อง

กกต. ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2567 โดยระบุว่าการที่นายพิธา ถือหุ้นในบริษัทไอทีวีซึ่งเป็นสื่อมวลชน ขัดต่อคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งและอาจนำไปสู่การยุบพรรคก้าวไกล เนื่องจากพรรคการเมืองต้องไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเข้าข่ายเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ

กำหนดการไต่สวน

ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนครั้งแรกในวันที่ 15 มกราคม 2568 เวลา 09.30 น. โดยให้พรรคก้าวไกลยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับสำเนาคำร้อง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากพรรคก้าวไกล

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่าพรรคพร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาล และมั่นใจว่าการถือหุ้นดังกล่าวไม่ผิดกฎหมาย เนื่องจากเป็นการถือหุ้นในนามส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับพรรค พร้อมย้ำว่าพรรคก้าวไกลจะต่อสู้คดีอย่างเต็มที่

ผลกระทบทางการเมือง

หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคก้าวไกล จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเมืองไทย เนื่องจากพรรคก้าวไกลเป็นพรรคที่มีคะแนนนิยมสูงเป็นอันดับสองในการเลือกตั้งปี 2566 และมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนมาก การยุบพรรคอาจนำไปสู่การตัดสิทธิ์ทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรค และส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ทั้งนี้ คดีนี้เป็นคดีที่มีความสำคัญและถูกจับตาจากสาธารณชนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องความยุติธรรมและการใช้กฎหมายเพื่อควบคุมพรรคการเมือง