รัสเซียและยูเครนยังคงโจมตีทางอากาศเข้าใส่กันอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 20 ศพในวันอังคาร ก่อนถึงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายประกาศหยุดยิงระยะสั้นเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 โดยรัสเซียโจมตีในหลายพื้นที่ทั่วประเทศยูเครนระลอกใหม่ ขณะที่ฝ่ายยูเครนก็ส่งโดรนโจมตีรัสเซียจนมีผู้บาดเจ็บหลายสิบราย ก่อนถึงกำหนดเวลาที่ทั้งมอสโกและเคียฟประกาศหยุดยิงแต่คนละช่วงเวลากัน
ยูเครนเสียชีวิต 21 ศพจากการโจมตีของรัสเซีย
ทางการแคว้นซาปอริซเซียของยูเครนระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 12 ศพ จากการโจมตีทางอากาศของรัสเซีย โดยประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็น 'การโจมตีโดยผู้ก่อการร้ายที่โหดเหี้ยม' และเผยว่ามีผู้เสียชีวิตอีก 5 ศพที่เมืองครามาทอสค์ และอีก 4 ศพในเมืองดนิโปร
รัสเซียเสียชีวิต 2 ศพจากโดรนยูเครน
ทางด้านรัสเซีย รัฐบาลในสาธารณรัฐชูวัชรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ศพ และบาดเจ็บอีก 32 ราย จากการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนเมื่อเช้าวันอังคาร
การประกาศหยุดยิงเพียงฝ่ายเดียว
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทั้งรัสเซียและยูเครนต่างประกาศหยุดยิงเพียงฝ่ายเดียว ก่อนถึงวันรำลึกชัยชนะของสหภาพโซเวียตเหนือนาซีเยอรมนีในวันเสาร์นี้ โดยรัสเซียระบุว่าจะหยุดยิงในวันที่ 8-9 พฤษภาคม ส่วนยูเครนจะหยุดยิงตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคมเป็นต้นไป และจะมีการตอบสนองต่อรัสเซียอย่างเท่าเทียมกันในช่วงเวลาหลังจากนั้น
การประกาศหยุดยิงทั้งสองรูปแบบนี้ดูเหมือนจะเป็นการดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งหมายความว่าทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ตกลงกันในเรื่องเงื่อนไข ระยะเวลา หรือการตรวจสอบร่วมกัน
คำแถลงของฝ่ายยูเครน
นายคีรีโล บูดานอฟ หัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดีเซเลนสกี กล่าวว่า หากรัสเซียตอบรับการหยุดยิงตามที่ประธานาธิบดียูเครนประกาศ 'เราก็จะปฏิบัติตามต่อไป... ขั้นตอนต่อไปขึ้นอยู่กับรัสเซียแล้ว'
การโจมตีก่อนหยุดยิง
ก่อนถึงกำหนดการหยุดยิงในเที่ยงคืนวันพุธตามเวลาท้องถิ่น ยูเครนยังโจมตีทางอากาศต่อรัสเซียหลายครั้ง โดยพุ่งเป้าไปที่เขตอุตสาหกรรมในเมืองคิริชี แถบเลนินกราด และโรงงานผลิตชิ้นส่วนทางทหารในเมืองเชบอคซารี ในสาธารณรัฐชูวัช
เซเลนสกีระบุว่า มีการใช้ขีปนาวุธร่อน 'ฟลามิงโก' ที่ผลิตภายในประเทศ โจมตีโรงงานที่เมืองเชบอคซารี ซึ่งอยู่ห่างจากแนวหน้าประมาณ 1,500 กิโลเมตร ต่อมากระทรวงกลาโหมของรัสเซียยืนยันว่า สามารถยิงขีปนาวุธฟลามิงโกของยูเครนตก 6 ลูก รวมถึงโดรนอีก 601 ลำ



