12 ประเทศอาหรับ-อิสลามประณามอิหร่าน โจมตีโครงสร้างพื้นฐาน-พื้นที่พลเรือน เตือนหยุดยกระดับความขัดแย้ง
12 ประเทศอาหรับ-อิสลามประณามอิหร่าน โจมตีโครงสร้างพื้นฐาน (20.03.2026)

12 ประเทศอาหรับและอิสลามประณามอิหร่านอย่างเป็นเอกฉันท์ เตือนหยุดยกระดับความขัดแย้ง

ในวันที่ 19 มีนาคม 2569 เกิดความเคลื่อนไหวสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์ เมื่อกลุ่มประเทศอาหรับและอิสลามจำนวน 12 ประเทศ ออกแถลงการณ์ร่วมกันประณามการโจมตีของอิหร่านอย่างรุนแรง โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมและเป็นภัยต่อเสถียรภาพของภูมิภาคตะวันออกกลาง แถลงการณ์นี้มีขึ้นหลังการประชุมหารือของรัฐมนตรีต่างประเทศในกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย

รายชื่อประเทศผู้ร่วมแถลงการณ์และข้อกล่าวหาหลัก

ประเทศที่เข้าร่วมในแถลงการณ์ร่วมนี้ประกอบด้วย กาตาร์ อาเซอร์ไบจาน บาห์เรน อียิปต์ จอร์แดน คูเวต เลบานอน ปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย ซีเรีย ตุรกี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยทั้งหมดแสดงจุดยืนร่วมกันในการต่อต้านการกระทำของอิหร่านอย่างชัดเจน

รัฐมนตรีต่างประเทศของทั้ง 12 ประเทศได้กล่าวหาอิหร่านว่าเจตนาโจมตีพื้นที่พลเรือน แหล่งน้ำมัน สนามบิน และสถานที่ทางการทูต พร้อมย้ำว่าประเทศที่ได้รับผลกระทบมีสิทธิในการป้องกันตนเองตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติอย่างเต็มที่

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ข้อเรียกร้องและมาตรการที่เสนอ

แถลงการณ์ดังกล่าวเรียกร้องให้อิหร่าน:

  • ยุติการโจมตีทันที และปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด
  • เคารพอธิปไตยของประเทศในภูมิภาค และหยุดสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในโลกอาหรับ
  • หลีกเลี่ยงการกระทำที่กระทบต่อความมั่นคงทางทะเล โดยเฉพาะในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ และช่องแคบบับ อัล-แมนดับ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าสำคัญของโลก

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงการสนับสนุนต่อเสถียรภาพของเลบานอน และประณามการดำเนินนโยบายของอิสราเอลในภูมิภาคที่ถูกมองว่าเป็นการขยายอิทธิพล

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ภูมิหลังและผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลก

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่อิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซเซาท์ พาร์สของอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพลังงานในกาตาร์และซาอุดีอาระเบีย รวมถึงพื้นที่อุตสาหกรรมราส ลัฟฟานในกรุงโดฮา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

สถานการณ์ความตึงเครียดดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงทันที โดยน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นแตะระดับกว่า 114 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐฯ ก็ปรับขึ้นเช่นกัน สะท้อนความกังวลของตลาดต่อเสถียรภาพด้านพลังงานอย่างชัดเจน

ปฏิกิริยาจากผู้นำโลกและท่าทีของสหรัฐอเมริกา

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ระบุว่า อิสราเอลจะยุติการโจมตีแหล่งก๊าซเซาท์ พาร์ส หากอิหร่านไม่ยกระดับสถานการณ์ พร้อมเตือนอย่างหนักแน่นว่า หากโครงสร้าง LNG ของกาตาร์ถูกโจมตีอีก สหรัฐฯ อาจตอบโต้ด้วยกำลังอย่างรุนแรงในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

รัฐมนตรีทั้ง 12 ประเทศยืนยันว่าจะประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อติดตามสถานการณ์ และกำหนดมาตรการร่วมในการปกป้องความมั่นคงของตนต่อไป โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค