สหรัฐอเมริกาได้อนุมัติการขายอาวุธมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับอิสราเอล ซึ่งรวมถึงเครื่องบินรบ F-15 และกระสุนปืนใหญ่จำนวนมาก การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เพิ่มสูงขึ้น และมีข้อกังวลจากนานาชาติเกี่ยวกับการใช้อาวุธเหล่านี้ในความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่
รายละเอียดของข้อตกลง
ข้อตกลงดังกล่าวประกอบด้วยการขายเครื่องบินรบ F-15 จำนวน 25 ลำ มูลค่า 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ พร้อมด้วยกระสุนปืนใหญ่และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอีกมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ การส่งมอบมีกำหนดเริ่มต้นในปี 2026 และจะดำเนินไปจนถึงปี 2029
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
การอนุมัติครั้งนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากหลายประเทศและองค์กรสิทธิมนุษยชน ซึ่งแสดงความกังวลว่าอาวุธเหล่านี้อาจถูกใช้ในการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันว่าการขายครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายต่างประเทศและพันธกรณีด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ
- สหประชาชาติเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการใช้อาวุธอย่างเข้มงวด
- กลุ่มสิทธิมนุษยชนชี้ว่าการขายอาวุธอาจทำให้วิกฤตมนุษยธรรมรุนแรงขึ้น
- รัฐบาลอิสราเอลแสดงความพอใจต่อข้อตกลงนี้
ผลกระทบต่อภูมิภาค
นักวิเคราะห์มองว่าการขายอาวุธครั้งนี้อาจทำให้ความสมดุลทางอำนาจในตะวันออกกลางเปลี่ยนไป และอาจกระตุ้นให้ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคหันมาเพิ่มงบประมาณทางทหารของตนเอง นอกจากนี้ยังอาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการสันติภาพระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์
มุมมองของสหรัฐฯ
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าข้อตกลงนี้จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของอิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญในภูมิภาค พร้อมทั้งย้ำว่าสหรัฐฯ จะติดตามการใช้อาวุธเหล่านี้อย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นไปตามข้อตกลง
การอนุมัติครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่สหรัฐฯ กำลังพยายามเจรจาหยุดยิงในฉนวนกาซา ซึ่งทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความสอดคล้องของนโยบายสหรัฐฯ ในภูมิภาค



