ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งทะลุ 105 ดอลลาร์ หลังสงครามอิหร่านยืดเยื้อสัปดาห์ที่ 3
น้ำมันดิบโลกพุ่ง 105 ดอลลาร์ หลังสงครามอิหร่านสัปดาห์ที่ 3

วิกฤตราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งทะลุ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังสงครามอิหร่านยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3

ตลาดพลังงานโลกกำลังเผชิญกับความปั่นป่วนอย่างรุนแรง เมื่อราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน เข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 โดยยังไม่มีสัญญาณการยุติความขัดแย้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบอ้างอิงโลกเบรนท์ ปรับเพิ่มขึ้น 2.9% อยู่ที่ประมาณ 106.12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2565 ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์ เทกซัส จากสหรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้น 2.6% อยู่ที่ประมาณ 101.53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ กระทบเส้นทางขนส่งน้ำมัน 20% ของโลก

ความตึงเครียดหลักในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญที่อิหร่านมีอิทธิพลควบคุม ตั้งแต่เกิดสงครามเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เรือบรรทุกน้ำมันแทบไม่สามารถผ่านช่องแคบแห่งนี้ได้ โดยเส้นทางนี้ถูกขนานนามว่าเป็น "คอขวดด้านพลังงานของโลก" เนื่องจากมีน้ำมันประมาณ 20% ของอุปทานโลก ต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ การปิดเส้นทางดังกล่าวจึงส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อตลาดพลังงานทั่วโลก

สหรัฐฯ พิจารณาส่งกองกำลังคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมัน

ด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาเปิดเผยว่า สหรัฐฯ อาจส่งกองกำลังเรือรบเข้าคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางออกจากตะวันออกกลาง เพื่อรับมือกับสถานการณ์ความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าอาจต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์ ก่อนที่กองทัพเรือจะพร้อมดำเนินภารกิจดังกล่าว พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ช่วยกันประสานงาน เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และให้การขนส่งน้ำมันกลับมาดำเนินการได้ตามปกติโดยเร็ว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ไออีเอปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉิน 400 ล้านบาร์เรล

เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านพลังงานจากวิกฤตในครั้งนี้ สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือไออีเอ ได้ประกาศให้ประเทศสมาชิกปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวม 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งถือเป็นการดำเนินการร่วมครั้งใหญ่ที่สุดขององค์กร แม้ว่าน้ำมันสำรองดังกล่าวจะเริ่มถูกปล่อยสู่ตลาดได้จริงในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ แต่มาตรการนี้ก็สะท้อนถึงความพยายามของประชาคมโลกในการควบคุมความผันผวนของราคาพลังงาน

สถานการณ์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลาง กำลังสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในด้านพลังงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาสินค้าและค่าครองชีพในหลายประเทศ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากสงครามยังคงดำเนินต่อไป ราคาน้ำมันอาจปรับตัวสูงขึ้นอีก และกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังวิกฤต