ยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวในเมียนมาเพิ่มเป็น 3,145 ราย สูงสุดรอบหลายปี
ยอดเสียชีวิตแผ่นดินไหวเมียนมา 3,145 ราย สูงสุดรอบหลายปี

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงในประเทศเมียนมาได้เพิ่มสูงขึ้นเป็น 3,145 รายแล้ว ขณะที่จำนวนผู้บาดเจ็บอยู่ที่ 4,589 ราย และยังคงมีผู้สูญหายอีกจำนวนมาก เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปีของประเทศ สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

สถานการณ์ล่าสุดหลังแผ่นดินไหว

ทางการเมียนมาได้ประกาศยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2568 ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา โดยศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ แรงสั่นสะเทือนยังส่งผลกระทบไปยังพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงกรุงเนปิดอว์ เมืองหลวง และเมืองอื่นๆ อีกหลายแห่ง

ความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ครอบคลุมทั้งอาคารบ้านเรือน ถนนหนทาง และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญหลายจุด โดยเฉพาะในเขตเมืองมัณฑะเลย์ที่มีประชากรหนาแน่น อาคารเก่าแก่หลายแห่งพังถล่มลงมา ส่งผลให้มีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตอย่างต่อเนื่อง แต่การเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยยังคงเป็นอุปสรรคเนื่องจากถนนหลายสายได้รับความเสียหาย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความช่วยเหลือจากนานาชาติ

ท่ามกลางวิกฤตครั้งนี้ หลายประเทศและองค์กรระหว่างประเทศได้ส่งความช่วยเหลือมายังเมียนมา โดยเฉพาะทีมค้นหาและกู้ภัย เวชภัณฑ์ และอาหาร อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยยังคงมีความท้าทาย เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบภายในประเทศ และข้อจำกัดด้านการขนส่ง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

องค์การสหประชาชาติได้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในเมียนมา โดยระบุว่าประชาชนหลายล้านคนต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งด้านที่พักพิง อาหาร น้ำสะอาด และการรักษาพยาบาล ขณะที่รัฐบาลเมียนมาได้ขอความช่วยเหลือจากประชาคมระหว่างประเทศเพิ่มเติม เพื่อรับมือกับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้

ผลกระทบต่อประชาชน

แผ่นดินไหวครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนชาวเมียนมาเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานที่อ่อนแอ หลายครอบครัวสูญเสียบ้านเรือนและต้องอาศัยอยู่ในที่พักพิงชั่วคราว ขณะที่โรงพยาบาลหลายแห่งได้รับความเสียหาย ทำให้การรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บเป็นไปอย่างยากลำบาก

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโรคติดต่อในพื้นที่ประสบภัย เนื่องจากขาดแคลนน้ำสะอาดและระบบสุขอนามัยที่ดี องค์กรด้านสุขภาพได้เร่งส่งทีมแพทย์และเวชภัณฑ์เข้าไปในพื้นที่เพื่อป้องกันการเกิดโรคระบาด

เหตุการณ์แผ่นดินไหวในเมียนมาครั้งนี้ นับเป็นบทเรียนสำคัญที่เตือนให้ทุกประเทศตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ และความจำเป็นในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างทันท่วงทีแก่ผู้ประสบภัย