ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้วินิจฉัยว่านายกรัฐมนตรีสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสอง หรือไม่ กรณีถือหุ้นในบริษัทสื่อมวลชน โดยศาลนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ เวลา 14.00 น.
รายละเอียดคดี
คดีนี้สืบเนื่องมาจากการยื่นคำร้องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน ที่เห็นว่านายกรัฐมนตรีกระทำการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเป็นเจ้าของหรือถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชน ซึ่งขัดต่อมาตรา 187 ของรัฐธรรมนูญ ที่ห้ามนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชนทุกประเภท
ข้อกล่าวหา
ฝ่ายค้านอ้างว่านายกรัฐมนตรีถือหุ้นในบริษัทสื่อมวลชนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และควรต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทางด้านนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่าการถือหุ้นดังกล่าวเป็นการถือหุ้นผ่านกองทุนรวม และไม่ได้มีส่วนร่วมในการบริหารงานของบริษัทสื่อนั้น
กระบวนการพิจารณา
ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องและเอกสารหลักฐานต่างๆ รวมถึงคำชี้แจงของนายกรัฐมนตรี ก่อนมีมติรับคำร้องไว้พิจารณา โดยศาลจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ ซึ่งถือเป็นวันสำคัญทางการเมืองที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
หากศาลวินิจฉัยว่านายกรัฐมนตรีสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี จะส่งผลให้ต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ ขณะเดียวกันหากศาลวินิจฉัยว่านายกรัฐมนตรีไม่ผิด ก็จะเป็นการยืนยันความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ทางการเมืองมองว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้จะเป็นบรรทัดฐานสำคัญสำหรับกรณีการถือหุ้นของนักการเมืองในอนาคต และอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศ



