รัสเซียและยูเครนเปิดการเจรจาสันติภาพรอบสองเมื่อวันที่ 3 มีนาคม ณ พื้นที่ชายแดนเบลารุส โดยคณะผู้แทนทั้งสองฝ่ายหารือกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินต่อเนื่อง
รายละเอียดการเจรจา
การเจรจาครั้งนี้มีขึ้นหลังจากรอบแรกเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ฝ่ายรัสเซียนำโดยวลาดิมีร์ เมดินสกี ผู้ช่วยประธานาธิบดีรัสเซีย ขณะที่ฝ่ายยูเครนนำโดยมิคาอิโล โปโดลยัค ที่ปรึกษาประธานาธิบดี
ประเด็นหลักในการเจรจาครอบคลุมการหยุดยิง การถอนกำลังทหาร และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่พลเรือนที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
ประชาคมโลกจับตาการเจรจาครั้งนี้อย่างใกล้ชิด โดยหลายประเทศเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยุติความรุนแรงและหันหน้าเข้าสู่โต๊ะเจรจา สหประชาชาติและองค์การระหว่างประเทศอื่นๆ พร้อมให้การสนับสนุนกระบวนการสันติภาพ
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครนย้ำว่ายูเครนพร้อมเจรจาแต่จะไม่ยอมจำนนต่อข้อเรียกร้องที่ขัดต่ออธิปไตยของประเทศ
สถานการณ์ในสนามรบ
แม้จะมีการเจรจา แต่การสู้รบยังคงดำเนินต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเมืองสำคัญอย่างเคียฟ คาร์คิฟ และมารีอูโปล ซึ่งมีรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
รัสเซียยังคงเดินหน้ายึดครองพื้นที่บางส่วนของยูเครน ขณะที่กองทัพยูเครนต่อต้านอย่างแข็งขัน
ความหวังต่อสันติภาพ
แม้การเจรจารอบแรกไม่ประสบผลสำเร็จ แต่การเจรจารอบสองนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายยังคงเปิดช่องทางการทูต
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการเจรจาอาจต้องใช้เวลาอีกหลายรอบกว่าจะบรรลุข้อตกลงที่ยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความต้องการของทั้งสองฝ่ายยังห่างไกลกัน
ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ ประชาคมโลกยังคงหวังว่าการเจรจาครั้งนี้จะนำไปสู่การยุติความรุนแรงและสันติภาพในภูมิภาค



