กลุ่มผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) อิสระ จาก “ทีมคนทำงาน” นำโดย นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย ผู้สมัคร สก. เขตบึงกุ่ม และ นายพัทธนัย จิวรวิวัฒน์ ผู้สมัคร สก. เขตบางนา ร่วมกันเปิดเผยวิสัยทัศน์การยกระดับการทำงานเมืองผ่านแนวคิด “Data-Driven” (การขับเคลื่อนเมืองด้วยข้อมูล) เพื่อมุ่งแก้ไขปัญหากรุงเทพมหานครอย่างแม่นยำ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเน้นการทำงานเชิงรุกในการป้องกันปัญหาก่อนเกิดเหตุ
แนวคิด Data-Driven ขับเคลื่อนสภา กทม. ยุคใหม่
ทั้งสองระบุว่า การทำงานในสภา กทม. ยุคใหม่ จำเป็นต้องลบภาพการทำงานแบบเดิมที่อาศัยเพียงความคุ้นเคย ความคาดเดา หรืออคติส่วนตัว โดยทีมคนทำงานจะใช้สถิติ ตัวเลข และข้อเท็จจริงเป็นเครื่องมือหลักในการตัดสินใจ ทั้งการซ่อม สร้าง และปรับปรุงข้อบัญญัติเมือง รวมถึงการตรวจสอบงบประมาณผ่านข้อมูลแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง
หัวใจสำคัญของการใช้แนวคิด Data-Driven ในการขับเคลื่อนงานสภากรุงเทพมหานคร ถูกแบ่งออกเป็น 4 ด้านหลัก ประกอบด้วย
ทะลวงกล่องดำ (Data Black Box) แก้ปัญหาประชากรแฝง
เพื่อแก้ไขปัญหาประชากรแฝง (ผู้ใช้งานเมืองจริงแต่ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน) ซึ่งทำให้การจัดสรรงบประมาณคลาดเคลื่อน การใช้ Data จะช่วยระบุพิกัดปัญหาเพื่อนำไปใช้ออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ โรงพยาบาล โรงเรียน สวนสาธารณะ และระบบขนส่งรอง (Feeder) ได้อย่างตรงจุด
คุมกระเป๋าตังค์แสนล้าน ตรวจสอบงบฯ กทม. เข้มข้น
ตรวจสอบงบประมาณของ กทม. กว่า 1 แสนล้านบาทต่อปีอย่างเข้มข้น โดยการนำข้อมูลเชิงประจักษ์ เช่น สถิติน้ำท่วมซ้ำซากจากแพลตฟอร์ม Traffy Fondue หรือ Open Data ไปกางอภิปรายในสภาฯ เพื่อตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณอย่างรัดกุม
รื้อกติกาเก่าด้วยเหตุผล มุ่งสร้าง-ปรับปรุง-ยกเลิกข้อบัญญัติ
มุ่งหน้า “สร้าง-ปรับปรุง-ยกเลิก” ข้อบัญญัติ กทม. ที่แช่แข็งมานานกว่า 40 ปี โดยอาศัยความเชี่ยวชาญและข้อมูลสถิติในการเสนอกฎหมายใหม่ ภายใต้แนวคิดที่จะไม่ค้านโครงการใดๆ หากไม่เกี่ยวข้องกับวาระผลประโยชน์ของประชาชน
ยกระดับ สก. สู่ “ผู้จัดการเมือง” ด้วยระบบ BMC AI
เตรียมนำระบบ BMC AI (Bangkok Metropolitan Council AI) มาใช้วิเคราะห์ดัชนีปัญหาเฉลี่ยของเมืองทั้ง 12 มิติ และเชื่อมต่อการทำงานกับระบบ BMA OS เพื่อบูรณาการภาพรวมของทั้ง 50 เขตให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน พร้อมแปรข้อมูลดังกล่าวให้เป็นระบบข้อมูลเปิด (Open Data) เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงและร่วมตรวจสอบได้
จุดยืนผู้สมัครอิสระ ทุ่มเทแก้ปัญหาระดับพื้นที่
ทีมคนทำงาน ชี้ให้เห็นว่า การบริหารมหานครอย่างกรุงเทพฯ ต้องการความใส่ใจในระดับพื้นที่อย่างลึกซึ้ง และแก้ปัญหาในระดับเส้นเลือดฝอย แต่ที่ผ่านมาสนามการเมืองท้องถิ่นมักถูกใช้เป็นพื้นที่ขับเคลื่อนอุดมการณ์ระดับชาติ จนละเลยรายละเอียดปัญหารายเขต ดังนั้นทีมคนทำงานจึงยึดมั่นในจุดยืนของการเป็น “ผู้สมัครอิสระ” เนื่องจากไม่ต้องแบกรับวาระหรือนโยบายของพรรคการเมืองใด ทำให้สามารถทุ่มเทการตัดสินใจเพื่อลงลึกแก้ไขปัญหาในพื้นที่ และยึดโยงกับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ได้อย่างเต็มศักยภาพ
“เพราะเมืองแก้ได้ด้วย Data-Driven นี่คือหลักประกันว่าทุกเสียงของคนกรุงเทพฯ จะถูกเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เปิดฐานข้อมูลให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบ และทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ 'เป็นไปได้' สำหรับทุกคน” นายเนติภูมิ กล่าวสรุปในตอนท้าย



