"ศศินันท์" ซัดนิรโทษกรรมเลือกปฏิบัติ ไม่สร้างสันติสุข
"ศศินันท์" ซัดนิรโทษกรรมเลือกปฏิบัติ ไม่สร้างสันติสุข

ศศินันท์ อภิปรายร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ชี้นิรโทษกรรมเลือกปฏิบัติ

นางศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม.พรรคประชาชน อภิปรายร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ระบุว่าการนิรโทษกรรมในร่างกฎหมายนี้เป็นการเลือกปฏิบัติ โดยให้โอกาสผู้กระทำผิดในคดีก่อการร้าย กบฏ ปิดสนามบิน แต่กลับปิดประตูใส่เยาวชนที่ถูกดำเนินคดีในมาตรา 112 และมาตรา 110 ซึ่งมีพฤติกรรมเพียงการโพสต์เฟซบุ๊ก รีทวิต กดไลก์ หรือชุมนุมโดยทั่วไป

เยาวชนติดคุกมาตรา 112 กว่า 20 คน 24 คดี

นางศศินันท์กล่าวว่า เพื่อนสมาชิกบางคนกล่าวว่าคดีมาตรา 112 มีไม่ถึง 10 คดี แต่จากการตรวจสอบโดยใช้ ChatGPT พบว่าเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 มีอย่างน้อย 18 คน รวม 21 คดี และหากอัปเดตข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ปัจจุบันมี 20 คน 24 คดี เยาวชนเหล่านี้ถูกดำเนินคดีจากการโพสต์เฟซบุ๊ก รีทวีต กดไลก์ แปลข่าว อ่านแถลงการณ์ ใส่ชุดไทย ใส่เสื้อครอปท็อป หรือการชูสามนิ้วเมื่อมีขบวนเสด็จผ่าน ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่ร้ายแรงเมื่อเทียบกับคดีอื่น ๆ ที่ได้รับการนิรโทษกรรม

นิรโทษกรรมมาตรา 112 ไม่ใช่เรื่องใหม่

นางศศินันท์ชี้ให้เห็นว่าการนิรโทษกรรมในคดีมาตรา 112 เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต เช่น ข้อหาคอมมิวนิสต์ที่เคยถูกนิรโทษกรรม ปัจจุบันไม่มีเยาวชนคนใดในเรือนจำที่ติดคุกในคดีมาตรา 112 แต่ในคดีอื่น ๆ ในบัญชีแนบท้ายก็ไม่มีใครอยู่ในเรือนจำเช่นกัน การนิรโทษกรรมที่แท้จริงควรให้โอกาสผู้ถูกดำเนินคดีกลับมาใช้ชีวิตปกติ กลับไปทำงาน กลับไปเรียนหนังสือ แต่คดีมาตรา 112 และ 110 กลับไม่สามารถทำให้ผู้ถูกดำเนินคดีกลับมามีชีวิตปกติได้ หลายคนยังไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มาตรา 11 ถูกลบความหมายด้วยวรรค 2 ของวุฒิสภา

นางศศินันท์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้เสนอมาตรา 11 ในร่างกฎหมาย แต่ถูกวุฒิสภาเพิ่มวรรค 2 ทำให้ความหมายของมาตรา 11 ถูกลบทั้งหมด พรรคเพื่อไทยไม่ติดใจในเรื่องนี้ แต่ตนไม่เข้าใจเพราะในชั้นกรรมาธิการ พรรคเพื่อไทยเองเสนอให้เปิดช่องในมาตรา 11 โดยใช้มาตรการของศาลเยาวชนแทนคำว่า "นิรโทษกรรม" แต่สุดท้ายมาตรา 112 ก็ถูกล็อกอีกในวรรค 2 ปิดประตู ปิดหู ปิดตา มัดมือ มัดเท้า แล้วถูกปลอบประโลมด้วยคำว่า "การเมืองในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่มีใครได้ทุกอย่างที่ต้องการ"

เยาวชนเติบโตท่ามกลางความขัดแย้ง 20 ปี

นางศศินันท์เรียกร้องให้ทุกคนหยุดคิดว่า เยาวชนที่ถูกดำเนินคดีไม่ได้มีพฤติกรรมร้ายแรง ไม่ได้ปิดสนามบิน ไม่ได้บุกรุกสถานที่ราชการ ไม่ได้ทำให้ใครเสียชีวิต แต่กลับถูกกีดกันออกจากกระบวนการนิรโทษกรรม การปิดประตูใส่ประชาชนที่ถูกใช้มาตราเหล่านี้เป็นเครื่องมือไม่ได้ทำให้ความขัดแย้งจบลง แต่เป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐไม่ได้ต้องการการสมานฉันท์ ปรองดอง หรือการเสริมสร้างสังคมสันติสุขจริง ๆ แต่ต้องการสร้างคนรุ่นใหม่ให้ได้รับบทเรียนว่าความยุติธรรมของรัฐไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคนอย่างเท่าเทียมตามรัฐธรรมนูญ

ศศินันท์ ระบุนิรโทษกรรมแบบเลือกปฏิบัติและอำมหิต

นางศศินันท์กล่าวตอนท้ายว่า หากร่างกฎหมายนี้เปิดประตูให้คนบางกลุ่ม แต่ปิดประตูใส่หน้าอีกกลุ่มหนึ่ง ทำให้ไม่ได้รับความเป็นธรรม แม้แต่เยาวชน ตนไม่ขอเรียกสิ่งนี้ว่าการสร้างเสริมสังคมสันติสุข แต่เป็นการนิรโทษกรรมแบบเลือกปฏิบัติและอำมหิต