ชาวสวนยางในจังหวัดนราธิวาสกว่า 500 คนรวมตัวกันที่หน้าศาลากลางจังหวัดนราธิวาสเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2568 เพื่อคัดค้านร่างพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูสวนยาง พ.ศ. ... ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภา โดยผู้ชุมนุมมองว่ากฎหมายดังกล่าวจะสร้างภาระให้กับเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา
ข้อเรียกร้องของชาวสวนยาง
นายสมชาย ปลอดภัย แกนนำกลุ่มชาวสวนยางนราธิวาส กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ. นี้กำหนดให้ชาวสวนยางต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนในอัตรา 1 บาทต่อกิโลกรัมของยางที่ขาย ซึ่งจะเพิ่มต้นทุนให้เกษตรกรอย่างมาก ขณะที่ราคายางพาราในปัจจุบันตกต่ำอยู่แล้ว โดยราคายางแผ่นดิบคุณภาพดีอยู่ที่ประมาณ 60 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น
“เราไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายนี้ เพราะมันจะซ้ำเติมเกษตรกรที่กำลังเดือดร้อนอยู่แล้ว เราเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกและหันมาหามาตรการอื่นที่ช่วยเหลือชาวสวนยางอย่างแท้จริง” นายสมชายกล่าว
การรวมตัวและการเจรจา
การชุมนุมเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. โดยผู้ชุมนุมถือป้ายข้อความคัดค้าน พร้อมตะโกนเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองได้เจรจากับแกนนำเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ โดยในเบื้องต้นผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสรับปากจะนำข้อเรียกร้องเสนอต่อรัฐบาล
การรวมตัวครั้งนี้เป็นไปอย่างสงบ ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง หลังจากเวลา 12.00 น. ผู้ชุมนุมทยอยกลับบ้าน โดยนัดหมายว่าจะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด
ผลกระทบต่อเกษตรกร
ชาวสวนยางในนราธิวาสกว่า 50,000 ครัวเรือนได้รับผลกระทบจากราคายางตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง โดยราคายางพาราปรับตัวลดลงจากกว่า 100 บาทต่อกิโลกรัมในปี 2554 เหลือเพียง 60-70 บาทในปัจจุบัน ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรลดลงอย่างมาก
การจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูสวนยางตามร่าง พ.ร.บ. นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการปรับโครงสร้างการผลิตและพัฒนาคุณภาพยางพารา แต่ชาวสวนยางมองว่าเป็นภาระเพิ่มเติม
ท่าทีของรัฐบาล
ด้านนายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เปิดเผยว่า ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น และรัฐบาลพร้อมปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกร
“รัฐบาลเข้าใจความเดือดร้อนของชาวสวนยาง และจะนำข้อเสนอไปพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้กองทุนนี้เป็นเครื่องมือช่วยเหลือเกษตรกรอย่างแท้จริง” นายอำพลกล่าว



