นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงจุดยืนของประเทศไทยในเวทีโลกว่า ไทยจะไม่เลือกข้างในความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีกับทุกฝ่าย และดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก
จุดยืนไม่เลือกข้างเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
นายกฯ กล่าวระหว่างการพบปะกับคณะนักธุรกิจและซีอีโอบริษัทชั้นนำว่า ไทยจะดำเนินนโยบายต่างประเทศที่สมดุล ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด เพื่อให้ประเทศสามารถเป็นมิตรกับทุกชาติ และเปิดโอกาสให้การลงทุนจากทั้งสองฝั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทยได้อย่างไม่มีอุปสรรค
“เราไม่ต้องการให้ไทยกลายเป็นสมรภูมิของความขัดแย้ง เราต้องการให้ไทยเป็นพื้นที่แห่งโอกาสสำหรับทุกประเทศ” นายกฯ กล่าว
ผลการหารือกับซีอีโอชั้นนำ
นายกฯ เศรษฐา เปิดเผยว่า ได้หารือกับผู้บริหารบริษัทข้ามชาติหลายแห่ง ซึ่งแสดงความสนใจลงทุนในไทยเพิ่มเติม โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และศูนย์ข้อมูล
“นักลงทุนมองว่าไทยมีศักยภาพสูง ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานและทำเลที่ตั้ง แต่สิ่งที่สำคัญคือความมั่นใจในนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเราต้องสร้างความชัดเจนในเรื่องนี้” นายกฯ กล่าว
นโยบายต่างประเทศเชิงรุก
นายกฯ ย้ำว่ารัฐบาลจะเดินหน้านโยบายต่างประเทศเชิงรุก โดยเน้นการสร้างความสัมพันธ์กับทุกประเทศอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น หรือประเทศในยุโรป เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
“เราจะไม่ปิดประตูกับใคร เราจะเปิดกว้างและพร้อมทำงานกับทุกฝ่าย เพื่อผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน” นายกฯ กล่าว
ความท้าทายและโอกาส
แม้จุดยืนไม่เลือกข้างจะช่วยให้ไทยรักษาความสัมพันธ์กับทุกประเทศ แต่ก็มีความท้าทาย โดยเฉพาะแรงกดดันจากมหาอำนาจที่ต้องการให้ไทยเลือกข้าง นายกฯ ระบุว่า ไทยต้องเดินหน้าอย่างระมัดระวัง และใช้การทูตที่ชาญฉลาดเพื่อรักษาสมดุล
นายกฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า “เราต้องยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง และทำเพื่อผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก”



