นายกฯ เปิด Thailand FastPass ปฏิรูประบบราชการเพื่อการลงทุน
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานโครงการ "Thailand FastPass" ซึ่งมีคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โครงการดังกล่าวเป็นการปฏิรูปกระบวนการอนุมัติการลงทุนครั้งสำคัญ โดยปรับลดขั้นตอนและกรอบเวลาการพิจารณาลงถึง 20-50% พร้อมเปลี่ยนบทบาทภาครัฐจากผู้กำกับดูแล (Regulator) มาเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) ตามหลักความไว้วางใจ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การแข่งขันทางเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง โดย "ความเร็ว" เป็นปัจจัยชี้ขาดสำคัญ นักลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตไม่ได้มองแค่ขนาดตลาด ต้นทุน หรือจำนวนแรงงาน แต่เน้นความสามารถของประเทศในการตัดสินใจและเปลี่ยนโอกาสทางธุรกิจให้เกิดขึ้นจริงได้เร็วที่สุด ในยุคที่เทคโนโลยีและเม็ดเงินเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนได้ในไม่กี่วัน ความล่าช้าของระบบราชการถือเป็นต้นทุนที่ยอมรับไม่ได้ ทุกวันที่โครงการต้องรอคอย หมายถึงการจ้างงานที่ยังไม่เกิดขึ้น และรายได้ที่สูญหายไปให้ประเทศคู่แข่ง
กลไก Thailand FastPass: ลดขั้นตอน ใช้ระบบตรวจสอบย้อนหลัง
ภายใต้โครงการ Thailand FastPass รัฐบาลจะปรับลดขั้นตอนและกรอบเวลาการพิจารณาอนุมัติลงถึง 20-50% โดยใช้หลักความไว้วางใจควบคู่กับการตรวจสอบย้อนหลัง (Post-Audit) หากผู้ประกอบการสามารถยืนยันได้ว่ามีการออกแบบทางวิศวกรรมที่ถูกต้อง ปฏิบัติตามมาตรฐานแรงงาน และมีการจัดการสิ่งแวดล้อมตามกฎหมาย รัฐบาลจะอนุญาตให้ผู้ลงทุนดำเนินการสั่งซื้อเครื่องจักรและเริ่มโครงสร้างการก่อสร้างได้ทันที โดยไม่ต้องรอขั้นตอนเอกสารที่เคยยาวนานถึง 9 เดือนในอดีต จากนั้นภาครัฐจะใช้ระบบสุ่มตรวจย้อนหลังทุกๆ 5-10 เดือนแทน หากพบการฝ่าฝืนข้อตกลงจะต้องรับผิดชอบทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด
นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า กลไกดังกล่าวยังเป็นก้าวสำคัญในระยะยาวเพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยสอดรับกับมาตรฐานขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพภาครัฐ คุณภาพกฎระเบียบ ความโปร่งใส และธรรมาภิบาล
23 บริษัทชั้นนำรับบัตร FastPass ล็อตแรก ตั้งเป้าเม็ดเงินลงทุน 7 แสนล้าน
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความยินดีแก่บริษัทชั้นนำจากทั่วโลกจำนวน 23 แห่ง ที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับสิทธิ์และรับมอบบัตร Thailand FastPass ในล็อตแรก ซึ่งเม็ดเงินเหล่านี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพและอนาคตเศรษฐกิจของไทย โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายว่ากลไกนี้จะช่วยปลดล็อกและผลักดันให้เกิดเม็ดเงินลงทุนจริงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยสูงถึง 700,000 ล้านบาท ภายในช่วงปี 2569-2570 พร้อมกันนี้ รัฐบาลยืนยันความพร้อมที่จะเดินหน้าสนับสนุนปัจจัยรอบด้าน ทั้งการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ โครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์ ตลอดจนความมั่นคงด้านพลังงานสะอาดและทรัพยากรที่จำเป็น เพื่อให้ประเทศไทยยืนหยัดเป็นศูนย์กลางการลงทุนระดับไฮเทคของภูมิภาคอาเซียนและของโลก



