เพื่อไทยย้ำไม่เลิกกัญชาเสรี แก้กฎหมายคุมเข้มแทน
เพื่อไทยย้ำไม่เลิกกัญชาเสรี แก้กฎหมายคุมเข้มแทน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พรรคเพื่อไทยยังคงยืนยันนโยบายกัญชาเสรี โดยไม่มีการเปลี่ยนจุดยืนแต่อย่างใด หลังจากที่มีกระแสข่าวว่าพรรคอาจหันกลับไปใช้กัญชาเป็นยาเสพติดอีกครั้ง

ย้ำนโยบายไม่เปลี่ยน

นายสมศักดิ์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีนโยบายชัดเจนในการผลักดันให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ และใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ โดยจะไม่นำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด แต่จะเน้นการควบคุมที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นผ่านการออกพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะกำหนดมาตรการควบคุมการใช้กัญชาอย่างเข้มงวด เช่น การจำกัดอายุผู้ซื้อ การห้ามโฆษณาในลักษณะที่ชักชวนให้เสพ และการกำหนดพื้นที่ห้ามปลูกหรือจำหน่ายใกล้สถานศึกษา

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ย้อนรอยนโยบายกัญชาเสรี

นโยบายกัญชาเสรีของไทยเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 โดยกระทรวงสาธารณสุขภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยในขณะนั้น ได้ปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 ส่งผลให้ประชาชนสามารถปลูกและครอบครองกัญชาได้โดยไม่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม การขาดกฎหมายควบคุมที่ชัดเจนนำไปสู่ปัญหาการใช้กัญชาในทางที่ผิด โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน

จากข้อมูลของกรมสุขภาพจิต พบว่าจำนวนผู้เข้ารับการบำบัดรักษาจากการเสพกัญชาเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 ในปี 2566 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ศูนย์วิจัยกัญชาทางการแพทย์รายงานว่ามีผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบทางจิตเวชจากกัญชาเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 30

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แนวทางแก้ไขปัญหา

นายสมศักดิ์ระบุว่า ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเน้นการควบคุมมากกว่าการห้ามใช้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของหลายประเทศที่เริ่มมีการผ่อนปรนกฎหมายกัญชา เช่น แคนาดา และบางรัฐในสหรัฐอเมริกา

“เราต้องการให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ แต่ก็ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความสงบเรียบร้อยของสังคม ร่างกฎหมายนี้จะช่วยให้เราสามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายสมศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้ คาดว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุมหน้า โดยพรรคเพื่อไทยจะผลักดันให้ผ่านเป็นกฎหมายให้เร็วที่สุด