"ภัทรพงษ์" ซัดงบภัยพิบัติปี 70 ล้มเหลว ปล่อยคนไทยจมฝุ่นพิษ-น้ำพิษ-สารพิษ
"ภัทรพงษ์" ซัดงบภัยพิบัติปี 70 ล้มเหลว ปล่อยคนไทยจมฝุ่นพิษ

สส.เชียงใหม่ ชี้รัฐบาลล้มเหลวในการจัดการภัยพิบัติ

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ได้อภิปรายอย่างตรงไปตรงมา โดยชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของรัฐบาลในการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดการภัยพิบัติและปัญหาสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ที่ยังคงเป็นปัญหาสำคัญในหลายพื้นที่ของประเทศ

งบจัดการไฟป่าถูกตัดขาดเหลือเพียง 341 ล้านบาท

นายภัทรพงษ์ เปิดเผยว่า งบประมาณที่ใช้ในการจัดการไฟป่าของท้องถิ่นถูกตัดลดลงอย่างมาก จากที่ขอไปกว่า 1,500 ล้านบาท เหลือเพียง 341 ล้านบาทเท่านั้น ส่งผลให้ท้องถิ่นกว่า 1,000 แห่งไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะร่วมมือกับชุมชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ งบอุดหนุนเกษตรกรเพื่อไม่ให้เผาไร่นาก็มีเพียง 261 ล้านบาท ซึ่งเฉลี่ยแล้วตกไร่ละ 26 บาทเท่านั้น ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น

วิกฤตปลาหมอคางดำไร้งบประมาณแก้ไข

อีกหนึ่งปัญหาที่นายภัทรพงษ์หยิบยกขึ้นมาคือ การระบาดของปลาหมอคางดำที่สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อระบบนิเวศและเกษตรกร แต่ในปีงบประมาณ 2570 กลับไม่มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาแม้แต่บาทเดียว พร้อมตั้งคำถามถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าจะนำเงินส่วนใดมาจัดการกับปัญหานี้ และเหตุใดจึงยังไม่เปิดเผยตัวตนของกลุ่มทุนที่เป็นต้นตอของการแพร่ระบาด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แม่น้ำสายหลักปนเปื้อนสารหนูและตะกั่วเกินมาตรฐาน

นายภัทรพงษ์ ยังชี้ให้เห็นถึงวิกฤตที่ร้ายแรงที่สุดคือ การปนเปื้อนของสารพิษในแม่น้ำสายหลักของภาคเหนือและภาคอีสาน เช่น แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ซึ่งพบว่ามีสารหนูและตะกั่วปนเปื้อนเกินมาตรฐานหลายเท่า จากการทำเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ ตะกอนดินในพื้นที่เพาะปลูกและผลผลิตทางการเกษตรยังพบสารพิษสะสมในระดับรุนแรง ขณะที่กรมควบคุมมลพิษได้รับงบประมาณเพียง 50 ล้านบาทเพื่อจัดซื้อเครื่องตรวจวัดน้ำอัตโนมัติ แต่ไม่มีงบประมาณสำหรับกระบวนการบำบัดน้ำเสียแต่อย่างใด

การนำเข้าแร่พลวงจากเมียนมาพุ่งสูงถึง 6,000 ล้านบาท

นายภัทรพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ข้อมูลจากกรมศุลกากรพบว่า การนำเข้าแร่พลวงจากเมียนมาในปี 2568 มีมูลค่าสูงถึง 6,000 ล้านบาท โดยใช้ไทยเป็นทางผ่านเพื่อฟอกแร่ก่อนส่งต่อไปยังประเทศจีน ซึ่งจีนได้ยุติการทำเหมืองในประเทศของตนเองเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม แต่รัฐบาลไทยกลับเพิกเฉย ไม่กล้าแถลงชี้แจงความจริงในเวทีโลก ตอกย้ำความล้มเหลวของการทูตด้านสิ่งแวดล้อม และแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกลัวจีนมากกว่ากลัวสารพิษที่ทำลายชีวิตคนไทย การจัดงบประมาณปี 2570 นี้ จึงเป็นการช่วยเหลือคนนอกประเทศและเอื้อประโยชน์ให้เจ้าของเหมืองแร่ร่ำรวย โดยทิ้งให้คนไทยต้องแบกรับผลกระทบจากสารพิษต่อไป