พรรคประชาชนเตรียมยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อเปิดทางให้มีการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) โดยมีสาระสำคัญในการแก้ไขที่มาและอำนาจของ สสร. ซึ่งจะไม่แตะต้องหมวด 1 และหมวด 2 ของรัฐธรรมนูญ
รายละเอียดร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคประชาชน เปิดเผยว่า ร่างแก้ไขดังกล่าวจะเสนอต่อรัฐสภาในสมัยประชุมหน้า โดยมีเป้าหมายให้ สสร. มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน จำนวน 200 คน และมีอำนาจในการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งหมด ยกเว้นบทบัญญัติว่าด้วยพระมหากษัตริย์และรูปแบบของรัฐ
“เรายืนยันหลักการว่า การแก้รัฐธรรมนูญต้องไม่กระทบต่อหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งเป็นเรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์และความเป็นเอกราชของประเทศ การตั้ง สสร. จะช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดกฎหมายสูงสุดของประเทศ” นายปิยบุตรกล่าว
ท่าทีของฝ่ายค้านและรัฐบาล
ด้านพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ เช่น พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล แสดงความสนับสนุนในแนวทางนี้ แต่ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับกรอบเวลาและกระบวนการที่ต้องใช้เสียงสนับสนุนจากรัฐสภา 2 ใน 3 หรือ 376 เสียง
ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทย ยังคงมีท่าทีระมัดระวัง โดยระบุว่าต้องศึกษาเนื้อหาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ
ความเห็นของนักวิชาการ
รศ.ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่าการเสนอแก้ไขมาตรา 256 เป็นเรื่องที่ท้าทาย เนื่องจากต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายทางการเมือง “หากพรรคประชาชนต้องการให้ผ่าน จะต้องเจรจากับพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ อย่างจริงจัง เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องละเอียดอ่อน”
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้ทำประชามติเพื่อสอบถามความเห็นประชาชนก่อนดำเนินการ ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้งทางการเมือง
แนวโน้มและอุปสรรค
การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภา 3 วาระ โดยวาระแรกต้องได้รับเสียงเห็นชอบมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด วาระสองต้องพิจารณาเป็นรายมาตรา และวาระสามต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม
นายปิยบุตรยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก แต่พรรคประชาชนจะเดินหน้าผลักดันต่อไป “เราจะไม่ถอย เราจะสู้เพื่อประชาธิปไตยและสิทธิของประชาชน”



