สาวแจ้งความหลังพบเพื่อนร่วมงานแอบถ่ายใต้กระโปรง
สาวรายหนึ่งออกมาเปิดเผยประสบการณ์สุดช็อกหลังจากพบว่าเพื่อนร่วมงานชายได้แอบใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพใต้กระโปรงของเธอขณะที่นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะในสำนักงาน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ภายในบริษัทแห่งหนึ่งในย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ
ผู้เสียหายซึ่งขอสงวนชื่อและนามสกุล เปิดเผยว่า เธอรู้สึกผิดปกติเมื่อสังเกตเห็นเพื่อนร่วมงานชายนั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ มีท่าทางพิรุธและถือโทรศัพท์ในลักษณะที่ผิดปกติ เธอจึงตัดสินใจใช้โทรศัพท์ของตัวเองบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน และพบว่าเขากำลังเล็งกล้องไปที่ใต้โต๊ะของเธออย่างชัดเจน
ดำเนินคดีตามกฎหมาย
หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้แจ้งเรื่องให้ผู้บริหารของบริษัททราบทันที พร้อมทั้งนำหลักฐานไปแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลบางรัก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานก่อนออกหมายเรียกผู้ต้องหามาสอบปากคำ
“ฉันรู้สึกตกใจและเสียใจมากที่ไม่คิดว่าเพื่อนร่วมงานที่ทำงานด้วยกันทุกวันจะกล้าทำแบบนี้ ฉันอยากให้ทุกคนระวังตัวและอย่านิ่งเฉยหากเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้” ผู้เสียหายกล่าวกับผู้สื่อข่าว
บริษัทออกมาตรการป้องกัน
ทางบริษัทได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าจะดำเนินการทางวินัยกับพนักงานที่กระทำผิดตามข้อบังคับของบริษัทอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในสำนักงาน เช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม และการจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศในสถานที่ทำงาน
ด้านนักกฎหมายให้ความเห็นว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 388 ฐานกระทำการอันควรขายหน้าก่อนวัยอันควร ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท และหากมีการเผยแพร่ภาพอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ ด้วย
สังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์
หลังจากเรื่องราวถูกแชร์ในโลกออนไลน์ มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจผู้เสียหาย พร้อมทั้งตำหนิการกระทำของเพื่อนร่วมงานชาย บางส่วนเรียกร้องให้บริษัทดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อเป็นเยี่ยงอย่าง และเรียกร้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยในสถานที่ทำงานแนะนำให้พนักงานที่พบเห็นหรือตกเป็นเหยื่อของการกระทำที่ไม่เหมาะสมควรรวบรวมหลักฐานและแจ้งผู้บังคับบัญชาหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อให้สามารถดำเนินการตามกฎหมายและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก



