ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคก้าวไกล เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 เนื่องจากพบว่าพรรคมีพฤติกรรมล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผ่านการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งเป็นความผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49
รายละเอียดคำวินิจฉัย
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียง ว่า การกระทำของพรรคก้าวไกลในการเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และการแถลงนโยบายหาเสียงที่เกี่ยวข้อง เข้าข่ายใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง
นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลเป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง โดยกรรมการบริหารพรรคที่ถูกเพิกถอนสิทธิรวม 11 คน ได้แก่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (หัวหน้าพรรค), นายชัยธวัช ตุลาธน (เลขาธิการพรรค), และกรรมการบริหารอื่นๆ
ผลกระทบต่อพรรคก้าวไกล
การยุบพรรคครั้งนี้ส่งผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรคก้าวไกลทั้ง 148 คน สิ้นสุดสมาชิกภาพทันที เนื่องจากพรรคถูกยุบตามมาตรา 92 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีผลต่อการตรวจสอบรัฐบาลและการดำเนินงานของฝ่ายค้าน
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า “เรายอมรับคำวินิจฉัยของศาล แต่ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าท้อแท้ การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยยังคงดำเนินต่อไป” ขณะที่นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตเลขาธิการพรรค ระบุว่า “พรรคก้าวไกลจะยังคงยืนหยัดในอุดมการณ์ และจะหาทางออกเพื่อให้ประชาชนมีตัวแทนต่อไป”
ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “รัฐบาลเคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และขอให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง” ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า “การยุบพรรคเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย แต่ต้องดูผลกระทบระยะยาวต่อเสถียรภาพของสภา”
ในขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกลรวมตัวกันที่หน้าศาลรัฐธรรมนูญและที่ทำการพรรค โดยมีผู้ชุมนุมประมาณ 2,000 คน ซึ่งบางส่วนแสดงความไม่พอใจและขว้างปาสิ่งของ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้
อนาคตทางการเมือง
หลังจากนี้ ส.ส.ที่ถูกเพิกถอนสิทธิสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองภายใน 30 วัน แต่กระบวนการอาจใช้เวลาหลายเดือน ขณะที่พรรคก้าวไกลอาจปรับโครงสร้างและตั้งพรรคใหม่ภายใต้ชื่ออื่น โดยแกนนำพรรคระบุว่าจะหารือกับสมาชิกและผู้สนับสนุนเพื่อกำหนดทิศทางต่อไป
การยุบพรรคก้าวไกลครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่พรรคการเมืองใหญ่ถูกยุบ ต่อจากพรรคอนาคตใหม่ในปี 2563 ซึ่งถูกยุบจากกรณีเงินกู้ยืม ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความชอบธรรมของกระบวนการยุติธรรมและการเมืองไทย



