วันที่ 29 มิถุนายน 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณางบประมาณรายจ่ายปี 2570 ว่า การจัดงบประมาณปีนี้แม้ดูผิวเผินเหมือนดีขึ้น แต่เป็นการจัดงบเพื่อแก้ปัญหาในอดีต โดยเฉพาะงบลงทุนที่ปรับลดลงอย่างมาก และไม่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในอุตสาหกรรมอนาคต เช่น งบสร้างถนนและอาคารใหญ่โตที่ไม่จำเป็น ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาเดิมๆ ขณะที่ปัญหาสำคัญอย่างการลงทุนภาคเกษตรและการจัดการภัยพิบัติยังขาดแคลน
จับตางบดีอีเพิ่ม 30% และ TH-AI Passport
นายณัฐพงษ์ชี้ว่า หลายกระทรวง เช่น คมนาคม มีงบลงทุนที่ไม่จำเป็นถูกปรับลดลง แต่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กลับได้รับงบเพิ่มถึง 30% ซึ่งน่าสงสัย โดยเฉพาะโครงการ TH-AI Passport ที่เดิมมีประมาณ 30 โครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI แต่เพิ่มเป็นร้อยโครงการ และประเด็นสำคัญคือเงินนอกงบประมาณในกองทุน DE ที่ใช้กับ TH-AI Passport
30 คนอภิปราย กระจายทุกประเด็น
นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล กล่าวว่า พรรคประชาชนมีผู้อภิปราย 30 คน กระจายในประเด็นต่างๆ ที่สังคมให้ความสนใจ เช่น งบลงทุนที่ถูกตัดไปกระทบกับผู้รับเหมาเจ้าประจำที่เป็นผู้สนับสนุนบางพรรคการเมือง ส่วนงบกองทัพ แม้อยู่ในช่วงยากลำบาก แต่มีวิธีทำให้การจัดซื้อจัดจ้างมีประสิทธิภาพโดยไม่เพิ่มงบ ขณะที่ยุทธศาสตร์หลักไม่สะท้อนนโยบายรัฐบาล เช่น นโยบายอาสาพยาบาลหรือพลทหารอาสาที่ตั้งเป้าหลักแสนคน แต่ทำได้เพียง 20,000 คน ส่วนงบชายแดนใต้ถูกปรับลดลง
งบปี 70 สะท้อนแผลเรื้อรัง
นางสาวศิริกัญญาย้ำว่า การจัดงบปี 2570 สะท้อนแผลเรื้อรังของงบประมาณไทย โดยรัฐบาลนี้ไม่มีแนวทางแก้ไขให้หลุดจากวงจรรายจ่ายประจำที่เพิ่มขึ้นไม่หยุด ขณะที่รายจ่ายลงทุนกลับลดลง ทำให้ขาดดุลงบประมาณไม่น้อย
จับตางบมหาดไทย หลังข่าวฉาวโกงสอบท้องถิ่น
นางสาวศิริกัญญากล่าวถึงงบกระทรวงมหาดไทยว่า จับตาโดยเฉพาะงบท้องถิ่นที่มีการทุจริตจัดสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งจะเกี่ยวเนื่องถึงงบปี 70 แม้เงินที่ใช้จัดสอบโดยตรงไม่มาก แต่มีการใช้งบดำเนินงานอื่นๆ ซึ่งสะท้อนการคัดเลือกคนในงบท้องถิ่น เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่หากตรวจสอบดีอีและมหาดไทยแล้วถูกตอบโต้ นางสาวศิริกัญญาตอบว่าไม่กังวล เพราะตรวจสอบรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา และประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเองว่าการอภิปรายสมเหตุสมผลหรือไม่



