วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการเดินทางเยือนมาเลเซียของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ระหว่างวันที่ 9-10 กรกฎาคม 2569 ว่า นายกรัฐมนตรีควรใช้โอกาสนี้ยกระดับความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซีย และความร่วมมือในหลายประเด็น โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน ซึ่งเป็นทั้งประตูเศรษฐกิจและพื้นที่ความมั่นคงที่สำคัญ
ข้อเสนอด้านการพัฒนาด่านพรมแดนสะเดา
นายณัฐพงษ์ระบุว่า ประเด็นแรกที่ควรหารือคือการพัฒนาด่านพรมแดนสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา หลังจากมีการปรับบทบาทด่านสะเดาเก่าให้รองรับการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยว และด่านสะเดาแห่งใหม่รองรับการขนส่งสินค้าแล้ว รัฐบาลควรเร่งผลักดันให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวมีความสะดวกมากขึ้น และการขนส่งสินค้ามีประสิทธิภาพ โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ในการอำนวยความสะดวกด้านการผ่านแดน ทั้งระบบตรวจคนเข้าเมือง การตรวจปล่อยสินค้า และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานของทั้งสองประเทศ เพื่อลดระยะเวลาการเข้าออก เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง และลดต้นทุนของประชาชนและภาคธุรกิจ พร้อมทั้งจัดการปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์และการคอร์รัปชันซึ่งเป็นอุปสรรคขัดขวางการพัฒนาร่วมกันของทั้งสองประเทศในพื้นที่ชายแดนอย่างจริงจัง
ความร่วมมือด้านความมั่นคงและยาเสพติด
นอกจากนี้ รัฐบาลควรเร่งสร้างความร่วมมือกับมาเลเซียในการแก้ไขปัญหายาเสพติด น้ำมันเถื่อน การลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดของทั้งสองประเทศ
การระงับนำเข้ากุ้งจากไทย
ในส่วนที่เป็นความเดือดร้อนของเกษตรกรไทย คือการระงับนำเข้ากุ้งจากไทยของมาเลเซีย ที่เคยมีรายงานว่ามีความคืบหน้าแล้ว แต่กรณีนี้ก็ยังเป็นภารกิจสำคัญอีกประการหนึ่งของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องใช้โอกาสหารือเรื่องการยกระดับมาตรฐานการตรวจรับและรับรองคุณภาพสินค้าเกษตรและประมง เพื่อให้การปลดล็อกการนำเข้ากุ้งและปลากะพงของไทยเกิดขึ้นจริงโดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ลดอุปสรรคทางการค้า และเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรและผู้ส่งออกไทยในอนาคต
ความหวังต่อการเยือนมาเลเซีย
“ผมหวังว่าการเยือนมาเลเซียครั้งนี้รัฐบาล โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี จะสามารถยกระดับนโยบายการต่างประเทศของไทยอย่างมียุทธศาสตร์ เพื่อให้สามารถนำผลประโยชน์กลับมาสู่พี่น้องประชาชนให้มากที่สุด พร้อมสร้างความร่วมมือที่สร้างผลลัพธ์ให้ประชาชนทั้งสองประเทศได้จริง ทำให้ชายแดนไทย-มาเลเซียเป็นพื้นที่แห่งโอกาสทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และความมั่นคง แก้ไขปัญหาและทลายข้อจำกัดต่างๆ เพื่อทำให้อุปสรรคที่สะสมมานานกลายเป็นโอกาสใหม่ๆ ที่ทั้งสองประเทศเพื่อนบ้านผู้ใกล้ชิด ไทยและมาเลเซีย จะใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาร่วมกันได้จริงในทางปฏิบัติและมีประสิทธิภาพ” นายณัฐพงษ์กล่าว



