วันที่ 1 ก.ค. 2569 เวลา 19.50 น. ที่อาคารรัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายว่า การอภิปรายตลอดสามวันที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้ประชาชนเห็นภาพอนาคตของประเทศ ร่างงบประมาณฉบับนี้ไม่ได้ตอบโจทย์วิกฤตการคลังและไม่ได้ลงทุนเพื่ออนาคต แต่กลับมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับกลุ่มบุคคลที่ค้ำยันรัฐบาลสีน้ำเงิน
ซัดรัฐบาลจัดงบไม่โปร่งใส มีผลประโยชน์ทับซ้อน
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า งบประมาณคือกระจกสะท้อนการทำงานของรัฐบาล แต่ตลอดสามวันตนไม่เห็นภาพนั้น จึงตั้งคำถามว่างบประมาณนี้จัดมาเพื่อใคร เพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับกลุ่มบุคคลที่ค้ำจุนรัฐบาล การจัดสรรงบประมาณผิดที่ ไปยังโครงการที่ผู้รับเหมาบางกลุ่มมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนในรัฐบาล และถูกจัดสรรไปยังองค์กรอิสระที่รัฐบาลไม่อยากแตะต้อง
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการกระจายอำนาจที่รัฐบาลตัดงบกลุ่มจังหวัด 2.2 หมื่นล้านบาท แต่กลับให้ท้องถิ่นเพียง 7 พันกว่าล้านบาท ซึ่งไม่ใช่การกระจายอำนาจแต่เป็นการแบ่งอำนาจ
วิจารณ์การกู้เงิน 4 แสนล้านนอกระบบ
หัวหน้าพรรคประชาชนชี้ว่า รัฐบาลอ้างว่ารักษาวินัยการคลังไม่กู้เต็มกรอบ แต่กลับออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะแผนสอง 2 แสนล้านบาทเพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน ซึ่งไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน และสามารถบรรจุในร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ การออก พ.ร.ก.ดังกล่าวเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายวินัยการเงินการคลัง ถือเป็นการกู้แบบเดียวกัน
“เมื่อรัฐบาลคิดอะไรไม่ออก ไม่มีโปรเจกต์ลงทุนเพื่ออนาคต ก็กลับมาออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายวินัยการเงินการคลัง แล้วยังบอกว่ารักษาวินัยการคลังได้อีกหรือ” นายณัฐพงษ์กล่าว
เสนอให้ปฏิรูปงบประมาณแบบบูรณาการ
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า พรรคประชาชนเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณเพื่อผ่าตัดโครงสร้างงบประมาณแล้ว โดยต้องการบูรณาการการใช้จ่ายแผ่นดินทั้งหมดให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงเงินในรัฐวิสาหกิจ กองทุน และท้องถิ่น ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 4 ล้านล้านบาทต่อปี เพื่อสร้างการลงทุนที่ทำให้ประเทศเติบโต
“ผมอยากเห็นรัฐบาลลงมือจัดงบประมาณด้วยตนเอง โครงการอะไรที่ริเริ่มทำเองแล้วตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ประเทศบ้าง” นายณัฐพงษ์ทิ้งท้าย



