พรรคก้าวไกลได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิกมาตรา 112 ต่อประธานรัฐสภาเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 โดยมีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค เป็นผู้ยื่นเอกสาร ท่ามกลางการจับตาของสื่อมวลชนและกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งฝ่ายสนับสนุนและคัดค้านที่มารวมตัวกันบริเวณหน้ารัฐสภา
รายละเอียดร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคก้าวไกลเสนอนั้นมีสาระสำคัญในการยกเลิกมาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยให้เหตุผลว่ามาตราดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการปิดปากผู้เห็นต่าง และขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการแก้ไขมาตรา 6 และมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญเพื่อปรับเปลี่ยนบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ให้สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตย
นายปิยบุตรกล่าวว่า "เราต้องการให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าด้วยการเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน มาตรา 112 ไม่ใช่เครื่องมือในการปกป้องสถาบัน แต่เป็นอาวุธที่ใช้กลั่นแกล้งคนที่เห็นต่าง"
ปฏิกิริยาจากรัฐบาลและฝ่ายค้าน
ด้านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน เปิดเผยว่ารัฐบาลจะขอเลื่อนการหารือเกี่ยวกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ออกไป 3 สัปดาห์ เพื่อศึกษารายละเอียดและผลกระทบอย่างรอบคอบ โดยระบุว่า "เรื่องนี้ละเอียดอ่อนและต้องใช้เวลาในการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน"
ขณะที่พรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทยแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกมาตรา 112 โดยนายชูศักดิ์ ศิรินิล ส.ส. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า "มาตรา 112 มีความจำเป็นในการปกป้องสถาบันหลักของชาติ การยกเลิกจะนำไปสู่ความขัดแย้งและความไม่สงบในสังคม"
เสียงสะท้อนจากประชาชนและกลุ่มเคลื่อนไหว
กลุ่มนักเรียนนักศึกษาและองค์กรสิทธิมนุษยชนจำนวนมากออกมาสนับสนุนการยื่นร่างแก้ไขของพรรคก้าวไกล โดยมีการจัดกิจกรรมชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในหลายพื้นที่ อย่างไรก็ตาม กลุ่มอนุรักษ์นิยมและองค์กรภาคประชาชนที่จงรักภักดีต่อสถาบันฯ ได้ออกมาคัดค้านอย่างแข็งขัน โดยมีการรวมตัวกันที่สวนลุมพินีเพื่อแสดงจุดยืน
นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า "การยกเลิกมาตรา 112 เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความเห็นพ้องจากทุกฝ่าย หากรัฐบาลเร่งรัดอาจเกิดความขัดแย้งรุนแรงได้"
ผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง
การยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากหลายด้าน ทั้งปัญหาเศรษฐกิจและการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ นักวิเคราะห์มองว่าการเลื่อนการหารือของรัฐบาลอาจเป็นกลยุทธ์ในการซื้อเวลาเพื่อลดความตึงเครียด แต่ก็อาจส่งผลให้พรรคก้าวไกลและกลุ่มผู้สนับสนุนไม่พอใจ
ด้านนายกรัฐมนตรียืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ปิดกั้นการอภิปราย แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายและความเหมาะสม โดยคาดว่าจะมีการประชุมร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลในสัปดาห์หน้าเพื่อหาข้อสรุป



