พรรคก้าวไกลได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ กรณีที่ กกต. มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคก้าวไกล โดยพรรคฯ อ้างว่าการกระทำของ กกต. ขัดต่อรัฐธรรมนูญและหลักนิติธรรมอย่างร้ายแรง
รายละเอียดการยื่นฟ้อง
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า พรรคได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้พิจารณาว่าการที่ กกต. มีมติให้ยุบพรรคนั้นเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก กกต. ไม่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการเสนอให้ยุบพรรคการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ข้อกล่าวหามาจากการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ
ข้อกล่าวหาของ กกต.
ก่อนหน้านี้ กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยุบพรรคก้าวไกล เนื่องจากกรณีที่พรรคฯ เสนอให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่ง กกต. เห็นว่าเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ปฏิกิริยาจากพรรคก้าวไกล
นายชัยธวัชกล่าวว่า “การที่ กกต. ใช้มาตรา 92 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งให้อำนาจ กกต. เสนอยุบพรรคได้หากเห็นว่าพรรคกระทำการล้มล้างการปกครอง นั้นเป็นการตีความที่กว้างเกินไปและขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่คุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น” พร้อมย้ำว่าพรรคก้าวไกลพร้อมต่อสู้ในชั้นศาลเพื่อปกป้องสิทธิของพรรคและของประชาชน
ผลกระทบต่อการเมืองไทย
กรณีนี้ถือเป็นความขัดแย้งทางการเมืองที่สำคัญ โดยอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและบรรยากาศทางการเมืองในระยะข้างหน้า หากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของพรรคก้าวไกลไว้พิจารณา ก็อาจทำให้กระบวนการยุบพรรคต้องชะลอออกไป ขณะที่หากศาลสั่งยุบพรรค ก็จะส่งผลให้พรรคก้าวไกลต้องสิ้นสภาพ และกรรมการบริหารพรรคอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี
ข้อสังเกตจากนักวิชาการ
นักวิชาการด้านกฎหมายมหาชนหลายรายแสดงความเห็นว่า คำร้องของพรรคก้าวไกลมีน้ำหนักทางกฎหมาย แต่ก็ขึ้นอยู่กับการตีความของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ผ่านมามักจะยืนตามแนวทางของ กกต. อย่างไรก็ตาม การที่พรรคก้าวไกลเลือกใช้ช่องทางศาลรัฐธรรมนูญในการต่อสู้ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม



