"เจษฎ์" หนุนรัฐบาลยกเลิก MOU 44 ชี้ไม่ต้องเข้าสภาฯ ไร้ผลทางกฎหมาย
"เจษฎ์" หนุนยกเลิก MOU 44 ไม่ต้องเข้าสภาฯ ไร้ผลกฎหมาย

นายเจษฎ์ โทณะวนิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ (รช.) กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลมีแนวคิดจะยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับปี 2544 ว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งกัมพูชาและรัฐบาลไทยหลายยุคหลายสมัยต่างละเมิดข้อตกลงดังกล่าว โดยเฉพาะฝ่ายกัมพูชาที่ละเมิด MOU ฉบับปี 2543 ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

MOU 2544 ถูกร่างขึ้นเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน

นายเจษฎ์ชี้ว่า MOU 2544 เป็นเพียงร่างข้อตกลงที่ถูกจัดทำขึ้นเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกันของกลุ่มบุคคลที่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตน โดยไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก พร้อมปฏิเสธวาทกรรมที่ว่า การมี MOU ทั้งสองฉบับดีกว่าไม่มี โดยยืนยันว่าเป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริง

พรรครักชาติเสนอให้ยกเลิก MOU มาตลอด

นายเจษฎ์กล่าวว่า พรรครักชาติเสนอให้ยกเลิก MOU ทั้งสองฉบับมาตั้งแต่ต้น และวันนี้ต้องขอบคุณรัฐบาลที่เริ่มคิดที่จะยกเลิก MOU 2544 แล้ว ซึ่งต่อไปก็ต้องยกเลิก MOU 2543 ด้วย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การยกเลิกไม่ต้องเข้าสภาฯ

สำหรับข้อกังวลทางกฎหมายที่หลายฝ่ายระบุว่าการยกเลิกต้องนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร นายเจษฎ์ยืนยันว่าไม่จำเป็น เนื่องจาก MOU ทั้งสองฉบับไม่เคยผ่านการพิจารณาของสภาฯ ตั้งแต่แรก และไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายในประเทศ ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ รัฐบาลมีอำนาจในการยกเลิกได้ทันที

การเจรจาทวิภาคีไม่จำเป็นต้องมี MOU

นายเจษฎ์ยกตัวอย่างการเจรจาระหว่างไทยกับมาเลเซียและสปป.ลาว ซึ่งสามารถพูดคุยและตกลงกันได้โดยไม่ต้องมี MOU หรือบันทึกความเข้าใจใดๆ โดยชี้ว่าหัวใจสำคัญอยู่ที่ความตั้งใจในการเจรจา มากกว่ารูปแบบของเอกสาร

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ยืนหยัดในอธิปไตยของตนเอง

นายเจษฎ์กล่าวว่า ในสถานการณ์ที่ยังมีความขัดแย้งหรือเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ทั้งสองฝ่ายควรใช้สิทธิยึดถือพื้นที่ตามอธิปไตยของตนเอง โดยไทยควรยืนหยัดในจุดที่เป็นอธิปไตยของไทย และให้กัมพูชาดำเนินการในส่วนของตนไปก่อน เมื่อพร้อมค่อยมาคุยกันใหม่ ดังนั้นการยกเลิก MOU ทั้งสองฉบับจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้แต่ละฝ่ายกลับไปอยู่ในฐานของตัวเอง