นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2569 ถึงกรณีที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ และนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวหารัฐบาลหนีการตรวจสอบของสภาในประเด็นการฮั้วเลือก สว. โดยระบุว่ารัฐมนตรีมีสิทธิ์เลื่อนตอบกระทู้ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และประธานสภาฯ ไม่มีอำนาจบังคับฝ่ายบริหารให้มาตอบกระทู้ได้
รัฐมนตรีมีสิทธิ์เลื่อนตอบกระทู้ตามข้อบังคับ
นายโสภณกล่าวว่า การตั้งกระทู้ถามสดรัฐมนตรี รัฐมนตรีมีสิทธิ์เลื่อนตอบได้ตามข้อบังคับ และเพื่อประโยชน์ของสภา ในสัปดาห์ถัดไปให้สมาชิกตั้งกระทู้ถามกลับเข้ามาอีกครั้ง โดยปกติใน 1 สัปดาห์จะมีกระทู้ถามสดเพียง 3 กระทู้ ซึ่งหากจะยกกระทู้ของนายพริษฐ์กลับมาถามอีกครั้ง ต้องนำมาหารือกับวิป 2 ฝ่าย
ประธานสภาฯ ไม่มีอำนาจบังคับฝ่ายบริหาร
นายโสภณชี้แจงต่อที่ประชุมว่า ตามข้อบังคับการประชุมเขียนไว้ว่าสามารถเลื่อนตอบกระทู้ได้ ส่วนจะให้ประธานสภาฯ ไปบังคับฝ่ายบริหารมาตอบกระทู้ไม่สามารถทำได้ จึงเสนอทางออกให้สมาชิกตั้งกระทู้ใหม่อีกครั้ง ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับ และเรื่องนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ต่อไปอาจจำเป็นต้องแก้ไขข้อบังคับการประชุม ส่วนสาเหตุที่รัฐมนตรีไม่สามารถเข้าตอบกระทู้ก็ไม่สามารถก้าวล่วงได้ว่ามีเหตุจำเป็นอย่างไร เพราะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละฝ่าย
การถ่วงดุลอำนาจระหว่าง 3 เสาหลัก
ประธานสภาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การมี 3 เสาหลักก็เพื่อถ่วงดุลอำนาจ ซึ่งแต่ละสถาบันปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติ ดังนั้นการจะให้ตนส่งหนังสือสอบถามรัฐมนตรีว่ามีภารกิจหรือวาระการทำงานอย่างไรนั้น รัฐสภาไม่เคยทำมาก่อน ทางออกที่ดีที่สุดคือการนำเรื่องนี้มาหารือในที่ประชุมวิปสองฝ่าย
ช่องทางตรวจสอบอื่นที่มีอยู่
นายโสภณย้ำว่า ภาระหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารแบ่งอำนาจกันชัดเจน หากสมาชิกมองว่ารัฐมนตรีหลีกเลี่ยงการมาตอบกระทู้ สามารถยื่นสอบจริยธรรม หรือนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ดังนั้นการมาคาดคั้นแล้วบอกให้ตนทำประโยชน์ให้สภานั้นต้องยืนยันว่าการทำงานต้องเป็นไปตามข้อบังคับ ซึ่งตามข้อบังคับการประชุมกระทู้ถามสดมีเพียง 3 กระทู้ ดังนั้นรัฐบาลต้องลดกระทู้ลง 1 กระทู้ และให้เป็นกระทู้ของฝ่ายค้านทั้งหมด ตามข้อเสนอของฝ่ายรัฐบาล



