วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กรุงเทพมหานคร เขต 10 พรรคประชาชน อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 โดยวิจารณ์การจัดสรรงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ว่า มีปีศาจกลาโหม 3 ตน ที่กำลังกัดกินกองทัพและงบประมาณของประเทศ
งบกลาโหม 74% ใช้จ่ายบุคลากร
นายเอกราช ชี้ว่า ทุกๆ 100 บาทที่ประชาชนจ่ายให้กระทรวงกลาโหม ถูกใช้เป็นเงินเดือนทหาร ค่าซ่อมอาคาร ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายประจำต่างๆ ถึง 74 บาท เหลืองบสำหรับจัดซื้ออาวุธเสริมศักยภาพเพียงกว่า 20 บาท โดยงบประมาณส่วนใหญ่อยู่ในแผนงานบุคลากร ซึ่งปี 2570 เพิ่มขึ้นอีก 3,173 ล้านบาท
ปีศาจตัวแรกคือ “ทหารผี” ยกกรณีชายแดนไทย-กัมพูชา พบรายชื่อผู้ได้รับเงินเพิ่มพิเศษสำหรับการสู้รบ (พ.ส.ร.) ทั้งที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จริง และกรณียึดบัตรเอทีเอ็มพลทหารไว้ให้ผู้อื่นกดเงินแทน กองทัพภาคที่ 1 ตั้งคณะสอบสวนเมษายน 2569 ชี้แจงว่าเก็บไว้เพื่ออำนวยความสะดวก กันบัตรสูญหาย นายเอกราชตั้งคำถามว่า หน่วยงานอื่นเช่น พม. ปภ. หรือ ตร. มีแนวปฏิบัติเช่นเดียวกันหรือไม่
ปัญหาทหารผีกระทบการเกณฑ์ทหาร
ปัญหาดังกล่าวทำให้ไม่มีใครอยากสมัครเป็นพลทหารอาสา ขณะที่รัฐบาลผลักดันโครงการเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนสมัครใจเข้ารับราชการทหาร ต้องใช้งบด้านบุคลากรเพิ่มอีก 1,455 ล้านบาทต่อปี โดยให้ค่าตอบแทนสุทธิ 12,000 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ กำลังพลคุณภาพจำนวนมากลาออก ส่งผลให้รัฐบาลต้องจ่ายเบี้ยหวัดให้ทหารที่ลาออก ปัจจุบันมีประมาณ 6,000 คน ปี 2568 ใช้งบ 830 ล้านบาท และอาจเพิ่มเป็นปีละกว่า 1,000 ล้านบาท นายเอกราชเสนอให้ปฏิรูปโครงสร้างกำลังพล โดยเริ่มวิเคราะห์อัตรากำลังที่จำเป็นต่อภารกิจ แทนยึดกรอบเดิม พร้อมทบทวนงบและโครงสร้างบุคลากรทั้งหมด
วิจัยผี งบ 625 ล้าน แต่ไม่เกิดเทคโนโลยีจริง
ปีศาจตัวที่สอง “วิจัยผี” งบวิจัยด้านการป้องกันประเทศกระจายหลายหน่วยงาน ทั้งสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กองทัพเรือ และสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม รวม 625 ล้านบาท แต่งานวิจัยเหล่านี้ไม่สามารถสร้างเทคโนโลยีไทยได้จริง หลายโครงการอ้างวิจัยแต่แท้จริงเป็นการจัดซื้อจากต่างประเทศมาประกอบในประเทศ เมื่อผลิตภัณฑ์ผ่านการรับรองแล้ว หน่วยงานในกองทัพกลับไม่จัดซื้อหรือสนับสนุนการใช้งาน ส่งผลให้ไม่มีคำสั่งผลิต สายการผลิตหยุดชะงัก กลายเป็นโรงงานร้าง
มูลค่าโรงงาน เครื่องจักร และสายการผลิตในระบบอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของรัฐที่ถูกปล่อยร้างรวมเกือบ 20,000 ล้านบาท ขณะที่รัฐบาลยังต้องใช้งบปรับปรุงโรงงาน อาคาร และบ้านพักปีละ 339 ล้านบาท นายเอกราชเสนอให้ยุติโครงการที่อ้างวิจัยแต่จริงเป็นการซื้อและประกอบ คัดเลือกโครงการเรือธงที่พัฒนาได้จริง และเมื่อผ่านมาตรฐานแล้ว หน่วยงานต้องกล้านำไปใช้งาน มิฉะนั้นประเทศไทยจะมีแต่งานวิจัยบนกระดาษ โรงงานร้าง เครื่องจักรเก่า และภาระงบประมาณเพิ่มขึ้น
รมต.ปีศาจ ผลักดันเรือฟริเกตเข้าทางพ่อค้าอาวุธ
ปีศาจตัวสุดท้าย “รัฐมนตรีปีศาจ” มีข่าวว่ารัฐมนตรีกลาโหมพยายามผลักดันโครงการจัดหาเรือฟริเกตให้เข้าทางพ่อค้าอาวุธบางราย โดยพูดกันว่ารัฐมนตรีต้องการให้โครงการเป็นของ “เด็กชายจากฟากฟ้า” นายเอกราชตั้งคำถามว่า หากเรือฟริเกตของไทยไม่ได้มาตรฐานนาโต (NATO) กองทัพเรือไทยจะเข้าร่วมฝึกกับพันธมิตรโดยเฉพาะสหรัฐฯ ได้อย่างไร
แม้รัฐมนตรีอ้างว่าต้องการให้ TOR เปิดกว้าง แต่นายเอกราชเห็นว่าไม่ใช่การเปิดกว้างเพื่อโปร่งใส แต่เปิดช่องให้รองรับคุณลักษณะเฉพาะของเรือจากบางประเทศที่มีพ่อค้าอาวุธเป็นตัวแทน กองทัพเรือไม่ยอมรับแนวทางดังกล่าว จึงไม่ลงนามในเอกสารคำของบประมาณ สำนักงบประมาณชี้แจงว่าโครงการจัดหาเรือฟริเกตไม่มีลายเซ็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จึงไม่ผ่านการพิจารณา
นายเอกราชยกเหตุผลที่รัฐมนตรีควรลงนาม เช่น การจัดซื้อเรือฟริเกตลำที่สองภายใต้นโยบาย Offset Policy จะช่วยให้คุ้มค่า เพิ่มอำนาจต่อรอง ส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเรือไทย งบกองทัพเรือปี 2570 อยู่ในกรอบเท่าเดิมกับปี 2569 และกองทัพเรือพร้อมบริหารงบภายใต้กรอบดังกล่าว ก่อนทิ้งท้ายว่า ภายใต้การจัดสรรงบของรัฐบาลชุดนี้ มีปีศาจ 3 ตนกัดกินงบกลาโหม จึงไม่เห็นด้วยกับการจัดสรรงบกระทรวงกลาโหมในรูปแบบดังกล่าว



