20 มิถุนายน 2569 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน พร้อมด้วย ศ.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ในฐานะทีมบริหาร กทม. พรรคประชาชน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุอาคารเก่าพังถล่มบริเวณแยกหมอมี เขตสัมพันธวงศ์ เพื่อติดตามสถานการณ์และแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย
ข้อเสนอ 3 มิติเพื่อความปลอดภัย
นายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าชีวิตคนกรุงเทพฯ แขวนบนเส้นด้าย โดยส่วนที่พังคือโครงสร้างระเบียงกันสาดที่ยื่นออกนอกอาคาร ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร นายตรวจหรือช่างโยธาของ กทม. มีอำนาจเข้าตรวจตราและสั่งให้เจ้าของอาคารเก่าปรับปรุงโครงสร้าง หากเพิกเฉย กทม. สามารถดำเนินการซ่อมแซมเองแล้วเรียกเก็บค่าใช้จ่ายย้อนหลังได้
นายชัยวัฒน์ ยื่นข้อเสนอ 3 มิติ ได้แก่ ด้านการก่อสร้าง บังคับเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดไซต์งานเพื่อตรวจมาตรการความปลอดภัย และบังคับเปิดเผยสัญญาประกันภัยเอกชนเพื่อให้ผู้เสียหายเคลมเยียวยาทันทีโดยไม่ต้องฟ้องศาล ด้านโครงสร้างพื้นฐาน เร่งสำรวจโพรงใต้ดินทั่วกรุงที่เป็นต้นเหตุถนนยุบและอาคารทรุด ด้านภัยพิบัติ จัดซ้อมรับมือแผ่นดินไหวประจำปี เตรียมทีมกู้ภัยเฉพาะทาง และประเมินความแข็งแรงของอาคารสูงอย่างเป็นระบบ
ผลตรวจพบจุดยึดพัง-เสี่ยงซ้ำรอย
ศ.อมร พิมานมาศ เปิดเผยผลสำรวจซากโครงสร้างระเบียงที่พังถล่มว่า นอกจากปัญหาเหล็กเสริมโครงสร้างเดิมเป็นสนิมแล้ว ยังพบหลักฐานสำคัญคือ "จุดยึดระหว่างระเบียงกับตัวอาคารหลักมีน้อยเกินไป" และใช้เพียงเหล็กเส้นกลมในการยึดโยง ทำให้ความสามารถรับน้ำหนักลดลงเมื่ออาคารเสื่อมสภาพ กลายเป็น 3 ปัจจัยร่วม คือ อาคารเก่า สนิม และจุดยึดไม่พอ ที่ทำให้เกิดการพังครืน
ศ.อมร ย้ำว่า กทม. ต้องรีบส่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ความแข็งแรงของโครงสร้างส่วนที่เหลือของอาคารนี้ และขยายผลตรวจสอบตึกแถวข้างเคียงในระนาบเดียวกันทั้งหมด เนื่องจากเป็นอาคารเก่าที่มีลักษณะและเทคนิคก่อสร้างแบบเดียวกัน สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดเหตุถล่มซ้ำรอยได้ทุกเมื่อ



