ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดนครพนมเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 เพื่อมอบนโยบายด้านการอุดมศึกษา ติดตามโครงการยกระดับเศรษฐกิจชุมชน และตรวจเยี่ยมศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจร รวมถึงขับเคลื่อนนโยบายยกระดับการท่องเที่ยวด้านทุนทางวัฒนธรรม โดยจังหวัดนครพนมถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพและจุดเด่นในหลายมิติ
ร่วมขบวนบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช
เวลา 16.00 น. ของวันเดียวกัน ศ.ดร.ยศชนัน ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีนำขบวนแห่และถวายเครื่องบวงสรวงองค์พญาศรีสัตตนาคราช โดยมีขบวนนางรำจากอำเภอธาตุพนม รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่จากหลายภาคส่วนเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง กว่า 6,000 คน
ภายในงานมีการรำบวงสรวงรวมทั้งสิ้น 7 ชุด โดยในชุดสุดท้ายเป็นการรำร่วมกันระหว่างประชาชนและนักท่องเที่ยว เพื่อแสดงออกถึงความเชื่อและความศรัทธาต่อองค์พญาศรีสัตตนาคราช รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวบน “เส้นทางสายศรัทธา” ซึ่งเป็นงานประเพณีสำคัญของจังหวัดนครพนมที่จัดขึ้นในช่วงวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี สำหรับปีนี้กำหนดจัดงานขึ้นระหว่างวันที่ 7-13 กรกฎาคม 2569
ยศชนันร่วมรำกับนางรำนับพัน
ศ.ดร.ยศชนัน ยังได้ร่วมฟ้อนรำกับกลุ่มนางรำนับพันชีวิตอย่างเป็นกันเอง สร้างความประทับใจและรอยยิ้มให้กับประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่มารอชมความงดงามของประเพณีในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด การจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ในทุก ๆ ปีนั้น มีบุคคลสำคัญและนักท่องเที่ยวเดินทางมาเข้าร่วมงานอย่างไม่ขาดสาย ส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจ การค้า และสร้างรายได้ให้มีเงินสะพัดหมุนเวียนในพื้นที่เป็นจำนวนมาก
สวมชุดศรีโคตรบูรหนุนผ้าท้องถิ่น
นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ยังได้สวมใส่ “ชุดศรีโคตรบูร” ซึ่งมีต้นกำเนิดจากอาณาจักรศรีโคตรบูร อาณาจักรโบราณในลุ่มแม่น้ำโขง ชุดดังกล่าวเป็นการหลอมรวมประวัติศาสตร์เข้ากับภูมิปัญญาการทอผ้า ตัดเย็บด้วยผ้าไหมหรือผ้าฝ้ายย้อมครามสีกรมท่า ขลิบด้วยสีแดงจากการย้อมครั่ง และตกแต่งด้วยผ้าไหมมัดหมี่ “ลายขอก่ายแก้ว” ที่สื่อถึงความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคง
ชุดศรีโคตรบูรดังกล่าว ทอด้วยมืออย่างประณีตโดยกลุ่มศิลปาชีพทอผ้าไหมบ้านท่าเรือ อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ภายใต้โครงการ “นาหว้าโมเดล” ตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งนับเป็นการหลอมรวมประวัติศาสตร์ เชิดชูภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ชาวนครพนมอย่างแท้จริง



