ปชป.น้อมรับคำวินิจฉัย แต่ห่วงอนาคตการคลัง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาลไม่ขัดรัฐธรรมนูญว่า พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะผู้ร้องน้อมรับคำวินิจฉัย แต่ยังไม่ทราบเหตุผลและรายละเอียดทั้งหมด โดยทราบเพียงมติที่แถลงสรุปเท่านั้น
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคมีความกังวลว่าคำวินิจฉัยนี้อาจสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการกู้เงินของรัฐบาลในภาวะเศรษฐกิจปกติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อวินัยการเงินการคลังที่ประเทศไทยมีมาเป็นเวลาหลายสิบปี
หนี้สาธารณะใกล้ชนเพดาน 70%
นายอภิสิทธิ์ชี้ว่าการกู้เงินครั้งนี้จะทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ขยับใกล้ชนเพดานร้อยละ 70 แม้รัฐบาลเคยยืนยันต่อสภาว่าไม่มีแนวคิดขยายเพดานหนี้ พรรคจึงขอให้รัฐบาลเร่งสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับแผนการคลังระยะกลางและระยะยาว โดยเฉพาะแนวทางการเพิ่มรายได้และลดรายจ่าย เพื่อป้องกันไม่ให้ต้องกู้เงินเพิ่มหรือขยายเพดานหนี้ในอนาคต
กังวลโครงการงบก้อนที่ 2 ขาดรายละเอียด
นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงเงินก้อนที่ 2 จำนวน 2 แสนล้านบาทที่จะใช้ในโครงการพลังงานว่า แม้ในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็มีตุลาการเสียงข้างน้อยเห็นว่าไม่เป็นไปตามเงื่อนไข พรรคเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการกลั่นกรองโครงการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความโปร่งใส
นายอภิสิทธิ์ระบุว่า จากที่ติดตามผ่านคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2570 ยังไม่เห็นรายละเอียดโครงการที่ชัดเจน ทำให้กังวลเกี่ยวกับความพร้อมในการกลั่นกรอง
ห่วงการพึ่งพาต่างประเทศไม่ลดลง
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่ารัฐบาลมองเพียงแค่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แต่ข้อเท็จจริงคือการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซมากเกินไป รัฐบาลพูดถึงการสนับสนุนโซลาร์เซลล์และยานยนต์ไฟฟ้า แต่กลับส่งเสริมการนำเข้าโดยไม่ได้ลดการพึ่งพาต่างประเทศ ขณะที่ทางเลือกอื่น เช่น ปาล์มน้ำมัน ยังไม่มีความชัดเจน



