ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ให้ไม่รับคำร้องของนายศรีสุวรรณ จรรยา ที่ยื่นขอให้ศาลวินิจฉัยกรณีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แต่งตั้งคณะทำงานเขตตรวจราชการที่ 11 โดยมิชอบ
รายละเอียดคำร้อง
นายศรีสุวรรณยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 อ้างว่านายพีระพันธุ์แต่งตั้งบุคคลที่มีคุณสมบัติต้องห้ามมิให้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าทำงานในคณะทำงานเขตตรวจราชการที่ 11 ซึ่งเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบและขาดความซื่อสัตย์สุจริต อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) และ (5) ผู้ร้องอ้างว่าได้รับผลกระทบเพราะถูกฟ้องเป็นจำเลยร่วมกับบุคคลดังกล่าวในคดีที่เกี่ยวข้อง
เหตุผลของศาล
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบไม่ปรากฏว่านายศรีสุวรรณถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรง หรือได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการกระทำของนายพีระพันธุ์แต่อย่างใด กรณีจึงไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2563 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง
สำหรับประเด็นที่ขอให้ศาลวินิจฉัยว่าการกระทำของนายพีระพันธุ์เป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมตามมาตรา 160 (4) และ (5) นั้น ศาลชี้ว่ารัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้กำหนดกระบวนการร้องไว้เป็นการเฉพาะแล้วตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 47 (2) ซึ่งมาตรา 46 วรรคสาม บัญญัติให้ศาลสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามมาตรา 213
ผลของคำสั่ง
ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา โดยมีมติเอกฉันท์ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด คำสั่งนี้ถือเป็นที่สิ้นสุดตามกฎหมาย



