ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 40 คน ที่ขอให้วินิจฉัยสถานภาพความเป็นนายกรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน สิ้นสุดลงหรือไม่ กรณีที่ได้เสนอชื่อนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่รู้หรือควรรู้ว่านายพิชิตเคยต้องโทษจำคุกในคดีละเมิดอำนาจศาล อันเป็นการกระทำที่ขัดต่อมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้อง
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาคดีและมีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียง รับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณา โดยให้เหตุผลว่าคำร้องมีข้อเท็จจริงตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้างเพียงพอที่จะรับไว้พิจารณาได้ นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งให้นายเศรษฐา หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2567 เป็นต้นไป จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย
รายละเอียดคำร้องของ 40 ส.ว.
กลุ่ม ส.ว. ทั้ง 40 คน นำโดยนายสมชาย แสวงการ ส.ว. ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2567 ระบุว่า การแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) เนื่องจากนายพิชิตเคยต้องคำพิพากษาจำคุก 6 เดือน ในคดีละเมิดอำนาจศาล เมื่อปี 2553 ซึ่งเป็นความผิดที่เกิดขึ้นโดยทุจริตหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุให้ขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ
ผลกระทบต่อการบริหารประเทศ
การที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลให้การบริหารราชการแผ่นดินต้องชะงักลง โดยรองนายกรัฐมนตรี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า จะทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราว ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีเวลา 30 วันในการพิจารณาคดี โดยอาจขยายเวลาได้อีก 30 วัน หากจำเป็น
นายเศรษฐา ทวีสิน กล่าวภายหลังทราบคำสั่งศาลว่า ให้ความเคารพต่อกระบวนการยุติธรรม และจะให้ความร่วมมือกับศาลอย่างเต็มที่ พร้อมย้ำว่าการแต่งตั้งนายพิชิตเป็นไปโดยสุจริต ไม่ได้มีเจตนาละเมิดกฎหมาย ด้านนายพิชิต ชื่นบาน กล่าวว่า พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาล และยืนยันว่าการกระทำของตนไม่เข้าข่ายต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ
ปฏิกิริยาจากฝ่ายการเมือง
ฝ่ายค้านออกมาแสดงความเห็นว่า คำสั่งศาลครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่รอบคอบของนายกรัฐมนตรีในการสรรหาบุคคลเข้าร่วมรัฐบาล ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลระบุว่า จะปฏิบัติตามกระบวนการยุติธรรม และเชื่อว่าศาลจะวินิจฉัยด้วยความเที่ยงธรรม
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวถือเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ที่เพิ่งเข้ามาบริหารประเทศได้เพียง 9 เดือน หากศาลวินิจฉัยว่าสถานภาพนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง จะส่งผลให้ต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ และอาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างรัฐบาลครั้งใหญ่



