กมธ.เชื่อนพ.สรณมีแบ็กใหญ่หนุนหลัง หลังไม่เข้าชี้แจง 3 ครั้ง
กมธ.เชื่อนพ.สรณมีแบ็กใหญ่หนุน หลังไม่เข้าชี้แจง 3 ครั้ง

วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา น.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล สส.กทม.พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุม กมธ.พัฒนาการเมือง ว่า วาระนี้เป็นการพิจารณาต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 กรณีคุณสมบัติต้องห้ามของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยล่าสุดมีการเรียก นายศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มาให้ข้อมูลโดยใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียก แต่สุดท้ายส่งตัวแทนมาและไม่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงเอกสารยังไม่ชัดเจน จึงเกิดคำถามในกรรมาธิการโดย นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ ว่ามีความพยายามอย่างมากในการปกป้อง นพ.สรณ หรือไม่

หลักฐานชี้ชัดแต่ไม่มีผู้เกี่ยวข้องให้ข้อมูล

น.ส.ชลณัฏฐ์ กล่าวต่อว่า มีหลักฐานมากมายเกี่ยวกับคุณสมบัติต้องห้าม แต่ดูเหมือนมีองคาพยพจากหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ที่เรียกใครไปก็ไม่มีใครมาให้ข้อมูลด้วยตัวเอง คนที่มีตำแหน่งรับผิดชอบโดยตรงก็ไม่มีใครให้ข้อมูล คำถามสำคัญคือ นพ.สรณ เป็นใคร ทำไมมีการปกป้องกันอย่างเป็นองคาพยพเป็นระบบ ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวว่ามหิดลระบุ นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติ แต่เมื่อหาผู้พูดไม่ได้จึงตั้งคำถามว่าข่าวนี้เป็นข่าวปั่นหรือมาจากไหน และยืนยันว่าการนำเรื่องที่ประชาชนร้องเรียนมาหารือ เป็นการทำงานโดยสุจริต ไม่ได้ตั้งตนเป็นศาล แต่เอาข้อเท็จจริงมาพูดคุย เรียกผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ไม่เอนเอียง แต่สุดท้ายถูกร้องว่าไม่เป็นกลาง ซึ่งมองว่าเป็นการเล่นงานกันอย่างเป็นระบบ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ครป.ชี้หน่วยงานรัฐไม่ให้ความร่วมมือ

นายเมธา มาสขาว เลขาธิการ ครป. และผู้แทนจากสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า ไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐในการให้ข้อมูลหลักฐาน และข้อเท็จจริงปรากฏชัดตั้งแต่สมัย กมธ. ICT ของสมาชิกวุฒิสภา ปี 2567 วันนี้เชิญทุกหน่วยงานมาให้ข้อมูล แต่ละหน่วยงานไม่ให้เกียรติสภาในการตรวจสอบ รวมถึง นพ.สรณ ซึ่งวันนี้มีข่าวว่าบินไปมาเลเซีย และการให้ข้อมูลหลักฐานเป็นข้อมูลเก่า รวมถึงเอกสารอื่นๆ เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติ ดังนั้นจึงต้องรอกรรมการสรรหาที่พิจารณาอยู่ว่าหลักฐานที่เรามีเพียงพอหรือไม่ และการไม่มาชี้แจงส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่มีหลักฐานที่จะชี้แจงว่าตนเองไม่มีความผิด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นายเมธากล่าวเพิ่มเติมว่า ได้ยื่นคำร้องเพิ่มเติมต่อกรรมาธิการว่า คนที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ในเรื่องนี้เกี่ยวกับคลื่นความถี่โทรคมนาคม มีทั้งเลขาธิการวุฒิสภา และประธานวุฒิสภา โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี หากพบว่าประธานขาดคุณสมบัติจะต้องปลดออกจากตำแหน่ง แต่ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2567 จนถึงตอนนี้ ทาง ครป.ได้ยื่นขอให้ปลดประธาน กสทช. และนายกรัฐมนตรีทุกคน แต่ไม่ดำเนินการตามกฎหมายในทันทีและพยายามประวิงเวลา จึงอยากให้ กมธ.พัฒนาการเมืองตรวจสอบนายกรัฐมนตรีว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มาตรา 157 และจงใจฝ่าฝืนจริยธรรมขั้นร้ายแรง ที่พยายามประวิงเวลาช่วยเหลือคดีนี้หรือไม่ เพราะหลักฐานที่เป็นข้อเท็จจริงยังไม่ถูกปฏิเสธ

ขู่ดำเนินคดีอาญาหากยังเพิกเฉย

น.ส.ชลณัฏฐ์ กล่าวว่า แม้ขณะนี้ใช้อำนาจเรียก นพ.สรณ ไปแล้วและในที่ประชุมมีการจดชวเลขซึ่งมีผลตามกฎหมาย หากหลังจากนี้เรียกแล้วไม่มาอีก ไม่ใช่แค่ผิด พ.ร.บ.อำนาจเรียก แต่เป็นคดีอาญาได้ เจ้าหน้าที่ที่ให้ข้อมูลเท็จหรือปิดบังข้อมูลเจอกฎหมายแน่นอน พร้อมยืนยันว่าทำงานบนพื้นฐานของความเป็นกลาง สำรวจข้อมูลทุกอย่างบนพื้นฐานข้อเท็จจริง และจะไม่หยุดแค่นี้ จะตามต่อไปจนกว่าจะนำผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงโดยตรง

เมื่อถามว่ามีการส่งหนังสือชี้แจงหรือไม่ น.ส.ชลณัฏฐ์ กล่าวว่า ปลัด อว.บอกว่ามีหมายเดินทางไปมาเลเซีย แต่คนที่เซ็นรับเรื่องควรจะมาแต่ไม่มา ซึ่งมีความพยายามอย่างชัดเจนที่จะหลบเลี่ยงเพราะเรียกไปสามครั้ง ติดธุระทั้งสามครั้ง คำถามคือคนที่ดูแลทรัพยากรของชาติระดับแสนล้านที่มีตำแหน่งสำคัญมากๆ เมื่อถูกตั้งคำถาม แต่เกิดองคาพยพหลายส่วนหลายฝ่ายที่ดูเหมือนจะร่วมมือกันหลบเลี่ยงให้ข้อมูล ซึ่งเป็นการตั้งคำถามต่อไปว่า นพ.สรณ คือใคร ทำไมทุกคนต้องปกป้องกันขนาดนี้ ซึ่งมีการพูดคุยกันว่าเป็นเรื่องของตัวบุคคล กมธ.พัฒนาการเมืองฯ พยายามจัดการสิ่งนี้ให้เป็นเรื่องของการเมือง และเราดูตามข้อมูลหลักฐานพบว่ามีความพยายามจากทุกฝ่ายในการช่วยกันซัพพอร์ต ในการช่วยกันหลบหลีกไม่ให้ข้อมูลและเหมือนเป็นการอุ้ม นพ.สรณ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่เป็นเรื่องของการเมืองแน่นอน และยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองรวมถึงมีแบ็กใหญ่หนุนหลังแน่นอน

น.ส.ชลณัฏฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า คนที่มีตำแหน่งดูแลทรัพยากรของชาติแสนล้าน มีอำนาจในการตัดสินเรื่องที่สำคัญมากๆ มีคุณสมบัติต้องห้ามในการดำรงตำแหน่ง หลังจากถูกตั้งคำถาม ก็มีการหลบเลี่ยงตลอดเวลา ไม่มีความรับผิดชอบแค่นี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่มีความเหมาะสม