นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แสดงบทบาทเชิงรุกในการปราบปรามกลุ่มมาเฟียที่ยึดเมืองในหลายพื้นที่ สะท้อนถึงการกระชับอำนาจของตนเองท่ามกลางความขัดแย้งภายในรัฐบาล โดยเฉพาะกับนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน
การดำเนินการปราบปรามมาเฟีย
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 นายอนุทินสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองเข้าตรวจค้นเป้าหมายในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นฐานของกลุ่มอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดและการเรียกเก็บเงินคุ้มครอง การปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 12 ราย พร้อมยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท
นายอนุทินกล่าวว่า "การปราบปรามมาเฟียไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราต้องทำให้สำเร็จเพื่อความสงบสุขของประชาชน"
รอยร้าวอำนาจคู่
การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวความขัดแย้งระหว่างนายอนุทินและนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ซึ่งมีนโยบายที่แตกต่างกันในหลายประเด็น โดยเฉพาะการบริหารงบประมาณและการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง
นักวิเคราะห์มองว่าการปราบปรามมาเฟียครั้งนี้เป็นการแสดงอำนาจของนายอนุทินเพื่อตอกย้ำสถานะของตนในรัฐบาล และอาจเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป
ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ
ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้วิพากษ์วิจารณ์การดำเนินการของนายอนุทินว่าเป็นการใช้มาตรการที่รุนแรงเกินไปและอาจละเมิดสิทธิมนุษยชน ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลบางส่วนแสดงความกังวลเกี่ยวกับความแตกแยกภายใน
นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า "การปราบปรามมาเฟียเป็นสิ่งดี แต่ต้องดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง"
ผลกระทบต่อความมั่นคง
การปราบปรามครั้งนี้ส่งผลให้กลุ่มมาเฟียในหลายจังหวัดลดบทบาทลงชั่วคราว แต่ยังมีความเสี่ยงที่กลุ่มเหล่านี้จะกลับมาปฏิบัติการอีกครั้งหากไม่มีการติดตามอย่างต่อเนื่อง
นายอนุทินยืนยันว่าจะเดินหน้านโยบายนี้ต่อไป โดยตั้งเป้าที่จะลดอาชญากรรมในพื้นที่เสี่ยงให้ได้ 30% ภายในสิ้นปีนี้



