นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ พรรคกล้าธรรม อภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท โดยระบุว่า ตนและพรรคกล้าธรรมต้องการเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย โดยเฉพาะคนฐานรากและเกษตรกร ได้รับโอกาสและยกระดับฐานะ
กังวลงบพัฒนาจังหวัดและเกษตรถูกตัดลดทอน
นายอัครแสนคีรีกล่าวว่า ตอนแรกที่ยังไม่ได้ฟังคำชี้แจงจากรัฐบาล รู้สึกงงกับการจัดทำงบประมาณปี 2570 เนื่องจากงบพัฒนาจังหวัด งบเกษตร พัฒนาแหล่งน้ำ และงบหลายส่วนถูกตัดลดทอน ทั้งที่เป็นความต้องการของประชาชนที่เสนอเข้ามา แต่เมื่อได้ฟังคำชี้แจงจากนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็พยายามมองในแง่บวก และเห็นถึงความพยายามในการจัดทำ Zero budgeting ซึ่งตนเข้าใจและเห็นด้วย มิเช่นนั้นประเทศก็จะจัดงบแบบเดิมที่ตั้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งปี แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่เน้นเชิงรุก และไม่ตอบโจทย์บริบทที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งภัยแล้งและซุปเปอร์เอลนีโญ
เสนอใช้งบกลางเชิงรุกแก้ภัยแล้ง
นายอัครแสนคีรีเสนอให้รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญของการใช้งบกลางที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะงบรับมือวิกฤตภัยแล้งที่กำลังเกิดขึ้นและจะเกิดขึ้นอีกไม่นาน ปัจจุบันอยู่ในช่วงฝนทิ้งช่วง หลายหน่วยงานวิเคราะห์ว่าอาจเป็นซูเปอร์เอลนีโญ หรือซูเปอร์แล้ง หรือซูเปอร์ท่วม ซึ่งผลกระทบจะตกแก่เกษตรกร ดังนั้น งบกลางควรถูกนำมาใช้เชิงรุก ไม่ใช่รอให้เกิดความเสียหายแล้วเข้าไปเยียวยา สิ่งแรกที่ต้องเร่งคือการแก้ไขน้ำอุปโภคบริโภค เพื่อให้ประชาชนมีน้ำประปาที่สะอาดและเพียงพอ ทั้งในเมืองและชนบท รวมถึงเพิ่มแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ทั้งในและนอกเขตกรมชลประทาน ให้เกษตรกรรับมือฝนทิ้งช่วงได้ และสนับสนุนการปฏิบัติงานของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งเป็นความหวังของประชาชนจำนวนมาก
เร่งรังวัดที่ดินและแก้ไขแนวเขตทับซ้อน
นายอัครแสนคีรีฝากให้รัฐบาลสำรวจรังวัดที่ดิน ซึ่งเป็นรากฐานของการแก้ไขปัญหาที่ดินของประชาชน รวมถึงแนวเขตทับซ้อนที่ดินรัฐ ปัจจุบันภารกิจของกรมที่ดิน ส.ป.ก. และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีคำขอให้รังวัดแนวเขตที่ดินสะสมจำนวนมาก ประชาชนจำนวนไม่น้อยรอการดำเนินการหลายปีแล้ว การผลักดันโครงการ One Map หรือการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ เป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขพื้นที่ทับซ้อนระหว่างหน่วยงานของรัฐ และสร้างความชัดเจนในสิทธิที่ดินให้กับประชาชน แต่ปัจจุบันยังล่าช้า ติดขัดข้อจำกัดด้านงบประมาณ บุคลากร และข้อกฎหมาย ระเบียบที่ไม่เปิดโอกาสให้นำหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญภายนอกเข้ามาช่วยสนับสนุนการรังวัด ทำให้ศักยภาพไม่เพียงพอต่อปริมาณ จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม
เชื่อแค่ 50:50 ฝากกระจายงบอย่างทั่วถึง
นายอัครแสนคีรีสรุปว่า สมาชิกพรรคกล้าธรรมเริ่มหายงงกับการจัดงบประมาณครั้งนี้ แต่ยังไม่เชื่อในคำชี้แจง 100% ตอนนี้เชื่ออยู่ 50:50 โดยร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรค ฝากบอกว่า ตอนนี้ยังไม่ค่อยอยากเป็นคนเชื่อคนง่าย และฝากอีกว่า งบประมาณขอให้ใช้อย่างคุ้มค่า ทั้งงบกลาง งบกระตุ้นเศรษฐกิจ และงบเปลี่ยนถ่ายพลังงาน ขอให้อย่ากระจุก กระจายอย่างทั่วถึง ฝนตกให้ทั่วฟ้า ถึงแม้ยังมีข้อสงสัยในรายละเอียดงบประมาณ ก็ขอให้สภาฯ และกรรมาธิการช่วยปรับปรุงให้ตอบโจทย์ประชาชนยิ่งขึ้น



