นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติเสริมสร้างสังคมสันติสุข หรือร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ที่ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลว่า ตนสนับสนุนการนิรโทษกรรมให้เยาวชนในคดีอาญามาตรา 112 หรือไม่นั้น ข้อเท็จจริงคือ หากใครยังมีข้อสงสัย ขอให้ไปฟังคำอภิปรายของตนให้จบ เพราะมีปัญหา 2 ส่วน คือบางคนไม่ได้ฟัง และบางคนฟังต่อจากคนอื่นแล้วเข้าใจผิด หรือจงใจให้เกิดความเข้าใจผิด
ย้ำจุดยืนค้านนิรโทษ ม.112 และคดีทุจริต
ในการอภิปราย ตนย้ำถึงความจำเป็นในการตั้งกรรมาธิการร่วม 2 สภา เนื่องจากเป็นเรื่องของเยาวชน และไม่ใช่เรื่องของการนิรโทษกรรม ข้อถกเถียงเดิมที่เกิดขึ้นคือ สภาผู้แทนราษฎรเคยเห็นชอบกรณีที่เยาวชนไม่ได้รับนิรโทษกรรมอยู่แล้ว หากกระทำผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จะมีสิทธิร้องขอทำแผนบำบัดฟื้นฟู ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับที่ศาลเยาวชนมีอำนาจ แต่ไม่มีกระบวนการพิเศษที่จะร้องขอจนนำไปสู่การให้กรรมการตามกฎหมายนิรโทษกรรมดำเนินการ
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การปิดกั้นช่องทางนี้ไม่ได้เสริมความเข้มแข็งของสถาบันฯ หรือความสัมพันธ์อันดีระหว่างเยาวชนกับสถาบัน เงื่อนไขที่ตนสนับสนุนคือ เยาวชนต้องร้องขอ หากไม่ร้องขอ การดำเนินคดีและการร้องขอก็ถือเป็นการส่งสัญญาณว่าอยากเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู ตนจึงตั้งคำถามว่าไปปิดช่องทางนี้ทำไม ซึ่งตนทราบดีว่าสภาฯ มีความเห็นหลากหลาย แต่การปิดช่องทางนี้ไม่ได้แก้ปัญหาความสัมพันธ์ของเยาวชน
เตือนปมฮั้ว สว. หากพรรคการเมืองเอี่ยวอาจผิดรัฐธรรมนูญ
ส่วนประเด็นการเพิ่มกฎหมายการได้มาซึ่ง สว. ไว้ในบัญชีแนบท้ายของกฎหมายนิรโทษกรรม และมีการระบุว่าจะไม่เกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. นั้น เรายังมีคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบว่า มีคดีใดที่เกิดขึ้นตามกฎหมายนี้ และบางความผิด เช่น กรณีที่คนของพรรคการเมืองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือก สว. แต่อาจถูกตีความว่าเป็นการกระทำผิดที่ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ทุจริต ซึ่งแปลว่าจะได้รับนิรโทษกรรมไปด้วย และเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ใครก็ตามที่อยู่ในพรรคการเมืองนั้นและมีส่วนในการลงมติ ก็ถือว่ากระทำผิดรัฐธรรมนูญด้วย เพราะถือว่ามีส่วนได้ส่วนเสีย สำหรับคนที่รอคอยประโยชน์จากนิรโทษกรรม พรรคประชาธิปัตย์เห็นใจและไม่ได้คัดค้านกฎหมาย แต่เห็นว่าการตั้ง กมธ.ร่วมอาจพิจารณาคลี่คลายได้ในระยะสั้น และพรรคไม่มีแนวคิดเปลี่ยนแปลงหลักการนิรโทษกรรมเพื่อสร้างสันติสุข โดยยึดหลักการเดิมที่ไม่รวมคดีทุจริต มาตรา 112 และคดีอาญาร้ายแรง
สาทิตย์ชี้แจงไม่ลงมติเนื่องจากมีส่วนได้เสีย
ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเสริมว่า ตนเป็นผู้มีส่วนได้เสีย จึงไม่ได้ลงมติต่อที่ประชุมสภาฯ ในเรื่องนี้



