นับถอยหลังเหลือเพียง 4 วัน ก่อนที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะได้รับการพักโทษ หรือการปล่อยตัวภายใต้การคุมประพฤติ โดยเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา ครอบครัวชินวัตร นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้เดินทางเข้าเยี่ยมที่เรือนจำกลางคลองเปรมเป็นครั้งสุดท้าย ท่ามกลางการจับตามองถึงอิสรภาพของนายทักษิณ ซึ่งเกิดความเห็นที่แตกต่างกันในสังคม
รายละเอียดการพักโทษ
ตามรายงานข่าว ผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม จะส่งตัวนายทักษิณให้ญาติที่มารอรับในเวลา 07.50 น. ของวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคมนี้ หลังจากนั้น นายทักษิณจะต้องเดินทางไปรายงานตัวที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพฯ 1 เพื่อติดกำไล EM อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่านายทักษิณจะยื่นคำร้องขอผ่อนปรนการติดกำไล EM เนื่องจากก่อนหน้านี้ น.ส.แพทองธารเคยให้สัมภาษณ์ว่า หวังให้นายทักษิณได้รับการปล่อยตัวโดยไม่ต้องใส่กำไล EM
ครอบครัวเตรียมรับ
เมื่อวานนี้ (7 พ.ค.) น.ส.แพทองธารในฐานะตัวแทนครอบครัวให้สัมภาษณ์ว่า ให้เป็นไปตามกระบวนการ และหลังจากเข้าเยี่ยมนัดสุดท้ายผ่านลูกกรงห้องคุมขัง เธอบอกว่า "ดีใจ" ที่จะได้มารับนายทักษิณกลับบ้าน ครอบครัวชินวัตรรวม 6 คนใช้เวลาเยี่ยมประมาณ 1 ชั่วโมง สำหรับกำหนดการในวันที่ 11 พ.ค. เวลา 07.50 น. ผู้บัญชาการเรือนจำจะส่งตัวนายทักษิณให้ญาติ จากนั้นจะเข้าตรวจสุขภาพ และเดินทางไปสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพฯ 1
เสียงสะท้อนจากสังคม
ภายใต้การจับจ้องถึงอิสรภาพของนายทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยตัว-คุมประพฤติ พักโทษ หรือพ้นโทษ กลับมีเสียงสะท้อนและเริ่มมีการเคลื่อนไหวทั้งจากกลุ่มหนุนที่เตรียมต้อนรับ และกลุ่มต้านที่พร้อมจะคัดค้านอีกครั้ง กลุ่มต้านดูจะมีแรงเพิ่มขึ้น โดยเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเพื่อทักท้วงการพักโทษนายทักษิณ โดยหยิบยกประเด็น "ห้ามกระทำผิดซ้ำภายใน 5 ปี" มาชี้ว่านายทักษิณได้กระทำผิดครั้งใหม่ระหว่างถูกคุมขังแล้ว โดยอ้างคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ชี้ว่าการนำนายทักษิณไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจเป็นการใช้อำนาจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และนายทักษิณรับรู้และอยู่ในกระบวนการด้วย จึงเห็นว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายกระทำผิดใหม่ระหว่างต้องขัง ต้องพิจารณาดำเนินคดี
มุมมองที่แตกต่าง
ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หนึ่งในผู้ที่เคยตรวจสอบปมชั้น 14 เห็นว่านายทักษิณได้รับโทษตามกฎหมายแล้ว และการพักโทษเป็นสิทธิที่พึงได้ เท่าเทียมกับผู้ต้องขังคนอื่น ๆ ควรจะได้รับเช่นกัน แม้วันนี้จะหมดหน้าที่ต่อกรณีของนายทักษิณ แต่อนาคตยังคงพร้อมต่อสู้เพื่อปกป้องหลักนิติรัฐ-นิติธรรม สอดรับกับนายชาญชัย อิสรเสนารักษ์ ผู้ยื่นคำร้องต่อศาลให้เปิดไต่สวนการบังคับโทษนายทักษิณ ก็ยอมรับในกระบวนการยุติธรรมที่พยุงความยุติธรรม ซึ่งสะท้อนผ่านคดีนี้ รวมถึงนักการเมืองก็ควรถอดบทเรียนว่าไม่มีอำนาจใดเหนือกระบวนการยุติธรรม และจากนี้ไป นายทักษิณก็ต้องระมัดระวังการกระทำผิดซ้ำ
บทเรียนทางการเมือง
"7 เดือนกับอีก 28 วัน" ในเรือนจำกลางคลองเปรม น่าจะทำให้นายทักษิณ ชินวัตร ทบทวนบทเรียนทางการเมืองได้ แต่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครอยากจะเชื่อว่านายทักษิณจะวางมือทางการเมือง แต่ถ้าไม่วางมือทางการเมือง หลายคน-หลายฝ่ายก็คาดหวังให้นายทักษิณใช้คุณลักษณะเฉพาะตัวนั้นเพื่อบ้านเมือง



