“พิพัฒน์” มอบนโยบาย AOT เดินหน้า Quick-Win ชูเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง
“พิพัฒน์” มอบนโยบาย AOT เดินหน้า Quick-Win ความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT โดยได้มอบนโยบายที่มุ่งเน้นโครงการสำคัญแบบ Quick-Win พร้อมทั้งกำชับให้ AOT เร่งพัฒนาระบบคมนาคมทางอากาศเพื่อยกระดับคุณภาพบริการให้ดียิ่งขึ้น

นโยบาย Quick-Win 3 โครงการหลัก

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้กระทรวงคมนาคมเร่งพัฒนาและบูรณาการเชื่อมโยงระบบขนส่งให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีระบบคมนาคมที่ทันสมัย สะดวก ปลอดภัย และได้มาตรฐาน โดยกระทรวงคมนาคมได้เร่งดำเนินโครงการสำคัญ 3 โครงการแบบ Quick-Win ดังนี้

  • เร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผนและเปิดให้บริการโดยเร็ว เช่น โครงการจัดหาเทคโนโลยีตรวจจับและยับยั้งอากาศยานไร้คนขับ (Drone) และโครงการป้องกันอันตรายจากนก (Bird Strike)
  • เร่งรัดประกวดราคาสำหรับโครงการที่ได้รับอนุมัติหรือมีความพร้อม เช่น โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้ประกอบการรายที่ 2) และโครงการให้บริการคลังสินค้า (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้ประกอบการรายที่ 2)
  • เร่งนำเสนอโครงการต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติ เช่น โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ฉบับปี 2568) โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1 โครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 และโครงการศึกษาความเป็นไปได้และความคุ้มค่าของท่าอากาศยานอันดามันและล้านนา

3 ด้านสำคัญในการยกระดับท่าอากาศยาน

นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มอบนโยบายสำคัญแก่ AOT ในฐานะผู้บริหารท่าอากาศยานหลัก 6 แห่งของประเทศ ซึ่งเป็นประตูสู่ประเทศไทย โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  1. เร่งพัฒนาระบบคมนาคมทางอากาศเพื่อยกระดับคุณภาพบริการและรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน
  2. เร่งลงทุนขยายขีดความสามารถท่าอากาศยานและนำเทคโนโลยีอัตโนมัติมาใช้เพื่อยกระดับบริการผู้โดยสาร
  3. ศึกษาพัฒนาท่าอากาศยานอันดามันและท่าอากาศยานล้านนา เพื่อรองรับและแบ่งเบาการจราจรของท่าอากาศยานหลัก ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบินโลก

AOT พร้อมผลักดันไทยสู่จุดหมายปลายทางระดับโลก

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า AOT พร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก โดยจะผลักดันให้ท่าอากาศยานของไทยเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก ปลอดภัยภายใต้มาตรฐานสากล มีการบริการที่เป็นเลิศ ทันสมัยและยั่งยืน ปัจจุบัน AOT มีความพร้อมในการขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งตามแผนแม่บทให้รองรับผู้โดยสารได้กว่า 180 ล้านคนต่อปีภายในปี 2577 โดยเฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเร่งก่อสร้างส่วนต่อขยายด้านทิศตะวันออกและอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ รวมถึงเร่งขับเคลื่อนโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น และกิจการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง รวมถึงโครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 2 และรายที่ 3 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2570

เร่งพัฒนาท่าอากาศยานอีก 5 แห่ง

นอกจากนี้ AOT จะเร่งลงทุนพัฒนาท่าอากาศยานอีก 5 แห่งอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน เพื่อให้ท่าอากาศยานสามารถรองรับเที่ยวบินและผู้โดยสารได้มากขึ้น พร้อมยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสารด้วยคุณภาพบริการที่เป็นเลิศ และนำเทคโนโลยีระดับสากลมาใช้ทุกขั้นตอนของการให้บริการในสนามบินอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายเพื่อสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเที่ยวอีกครั้ง นอกจากนี้ จะเร่งศึกษาโครงการลงทุนเพื่อก่อสร้างท่าอากาศยานอันดามันและท่าอากาศยานล้านนา เพื่อแบ่งเบาการจราจรทางอากาศของท่าอากาศยานภูเก็ตและท่าอากาศยานเชียงใหม่

จับมือ สมช. หาโดรนตรวจจับ เพิ่มความปลอดภัย

ในด้านความปลอดภัย AOT มุ่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และรองรับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ โดยจะเร่งประสานความร่วมมือกับสภาความมั่นคงแห่งชาติในการจัดหาระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (Anti-Drone) ที่มาพร้อมเทคโนโลยีตรวจจับและตอบโต้ สามารถวิเคราะห์และประเมินภัยคุกคามด้วย AI ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั้งระยะใกล้และไกล ตลอดจนเร่งจัดหาเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อจัดการอันตรายที่เกิดจากสัตว์ โดยจะนำเทคโนโลยีมาใช้แจ้งเตือน เฝ้าระวัง และขับไล่ ซึ่งจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์และพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการนกและสัตว์อันตราย การดำเนินงานด้านการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT ได้รับการตรวจสอบและกำกับดูแลจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และได้รับการตรวจสอบด้านมาตรฐานความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ซึ่งเป็นการยืนยันว่าการดำเนินงานของ AOT เป็นไปตามมาตรฐานสากล